วุฒิสภา ลงมติเลือก กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตามที่เสนอชื่อและคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมกรรมทางจริยธรรมของผู้ที่ถูกเสนอชื่อ ทั้ง 5 คน คือ น.ส.ลม้าย มานะการ เลขาธิการสมาคมลุ่นน้ำสายบุรี, นางปรีดา คงแป้น ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท , นายสุชาติ เศรษฐมาลินี หัวหน้าสาขาวิชาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยพายัพ, นายวิชัย ศรีรัตน์ อาจารย์วิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และ นายบุญเลิศ คชายุทธเดช สื่อมวลชนอิสระ แม้ระหว่างที่เขียนคอลัมภ์นี้ จะไม่ทราบผลลงมติ แต่การพิจารณาของวุฒิสภา แบบประชุมลับ ได้ใช้เวลาค่อนข้างนาน ทำให้ประเมินว่ามี ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ "บางคนนั้น" ประวัติส่อมีปัญหา และ วุฒิสภา จะลงมติไม่เห็นชอบ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ขณะที่การเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ในจังหวัดกำแพงเพชร เขต 2 แทน "พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภารัตน์" ที่ ถูกศาลตัดสินจำคุก กรณีบุกล้มการประชุมอาเซียน ล่าสุด คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว เป็นวันที่ 23 กุมภาพันธ์ และเปิดรับสมัครผู้จะลงสมัครรับเลือกตั้ง วันที่29 มกราคม - 2 กุมภาพันธ์ ดังนั้นเมื่อเวลางวดเข้ามา แต่ละพรรค โดยเฉพาะ "พลังประชารัฐ"ที่เป็นเจ้าของถิ่น เพราะส่ง "ไวพจน์"ลงเลือกตั้งแล้วชนะ จึงจำเป็นต้องหาคนลงสมัคร ขณะที่ฝ่ายค้าน หรือ พรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ต้องจับตาดูว่าเกมนี้จะยอมปล่อยให้ "พลังประชารัฐ"เล่นเกมชนะเลือกตั้งได้ง่ายๆ หรือไม่

"สภาฯ"แห่งวิบากกรรม "ลุงตู่"


ส่วนความคืบหน้าของการยื่นญัตติอภิปรายรัฐบาล เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล ของ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกลาโหม พร้อมรัฐมนตรีอีก 4-5 คนนั้น พรรเพื่อไทย ฐานะแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยังไม่เคาะรายชื่อแบบสะเด็ดน้ำ ซึ่ง "สุทิน คลังแสง" ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน บอกว่า ต้องคำนึงถึงข้อมูล ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน "คณะรัฐมนตรี" ชุดปัจจุบัน ซึ่งประเด็นนี้ ดูเหมือนจะขัดใจพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ที่ต้องการจะใช้เป็นเวที เพื่อแซะความเชื่อมั่นของรัฐบาล

แม้จะมีข้อมูล ประกอบกับ ข้อสันนิษฐาน แต่หากได้ใช้โวหารไป อาจเรียกคะแนนจากแนวร่วม "ไม่เอาลุง" เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ดีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องทำโดยเร็ว อย่างน้อยต้องยื่นและกำหนดอภิปรายก่อนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ที่ถือเป็นวันปิดสมัยประชุม
ขณะที่ความคืบหน้าต่อกรณี "ส.ส.จอมเสียบ"ที่ไม่มองว่าเป็นสิทธิของตนเองหรือไม่ ล่าสุดตามที่มีการเปิดเผยรายชื่อ 3 คน คือ "ฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย - นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และ น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ" นั้น สภาฯ ยังไร้ความคืบหน้าต่อการสอบถึงพฤติกรรมของ 2 ส.ส.ที่มีรายชื่อท้ายตามลำดับ แม้ฝ่ายประจำที่รอเวลา เพื่อไม่ให้ถูกนำพาไปเป็น"ศัตรู"ของผู้บังคับบัญชา คือ"ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ" โดยรอให้"คณะกรรมาธิการกิจการสภาฯ" หรือ"คณะกรรมการจริยธรรม" ซึ่งกรรมการจริยธรรมนั้น รอตั้งขึ้นหลังจากระเบียบของสภาฯ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมมีผลบังคับใช้ แต่ไม่ว่าจะรอเวลาหรือไม่ เรื่องนี้ถือเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ เพราะทั้ง 3 กรณี คือ กรรมเดียวกัน"ลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563"

"สภาฯ"แห่งวิบากกรรม "ลุงตู่"

ที่การเสียบบัตร ถือเป็นกระบวนการสำคัญ ของการตรากฎหมายฉบับสำคัญ และประเด็นนี้ ถูกส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความว่า จะเป็นผลเสียหายกับการตราร่างกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ และศาลรัฐธรรมนูญเตรียมพิจารณาคำร้อง 29 มกราคมนี้ ส่วนระยะเวลาการตรวจสอบ หรือไต่สวนนั้น คาดว่าจะใช้เวลาพอสมควร ซึ่งจากจุดเปิดโปง การเสียบบัตรแทนกัน ส่งผลต่อ การประกาศใช้งบประมาณแผ่นดิน ที่ต้องยืดออกไปอีก อย่างน้อย อีก 5เดือน หากนับจากปฏิทินการใช้งบประมาณปกติ
ทั้งนี้ต้องจับตาตลอดปลายเดือนมกราคม ถึงกุมภาพันธ์นี้ว่า สิ่งเร้าที่เกิดขึ้น จะกลายเป็นอุปสรรคครั้งใหญ่ของรัฐบาล และฉุด"ความเชื่อมั่น"ให้ทิ้งดิ่งลงเหวหรือไม่