ทีมโฆษกเพื่อไทย จวกรัฐบาล สอบตก แก้สารพัดปัญหาให้ปัญหาไม่ได้ จนเกิดกระแสตั้งแฮชแท็กในทวิตเตอร์ สะท้อนความรู้สึกของประชาชนต่อการแก้ปัญหาของรัฐบาล ย้ำรัฐบาลไม่มีแผนรับมือปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงปัญหาที่มีเข้ามาในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้เท่าที่ทราบ ยังไม่เคยเห็นข่าวที่ประชาชนชื่นชอบการทำงานของรัฐบาล มีแต่ข่าวที่รัฐบาลนั้นประสบกับสารพัดปัญหาสะท้อนการทำงานของรัฐบาล อาทิ การติดแฮชแท็กในโลกโซเชียล #รัฐบาลเฮงซวย ซึ่งรัฐบาลกล่าวเพียงว่ามีผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งแฮชแท็กเหล่านี้มันสะท้อนความรู้สึกของประชาชนที่ชัดเจนและตรงไปตรงมา
นายอนุสรณ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนั้นยังกล่าวถึงปัญหาภัยแล้งที่หนักที่สุดในรอบ 60 ปีที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลรู้ก่อนล่วงหน้าแต่ไม่มีแผนการรับมือแก้ไขที่เป็นรูปธรรม ตนจึงถือได้ว่ารัฐบาลนั้นสอบตก รวมไปถึงปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ซึ่งแม้ว่าในปีที่ผ่านมารัฐบาลประกาศเป็นวาระแห่งชาติ แต่ปีนี้ก็ยังคงปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญชะตากรรม อีกทั้งยังปล่อยให้ประชาชนต้องซื้อหน้ากากเอง ไม่แจกหน้ากาก และกล่าวอ้างโทษประชาชนว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา
โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวต่ออีกว่า ขณะที่การระบาดของไวรัสโคโรน่าเป็นปัญหาใหญ่ ที่หลายเมืองต้องปิดเมืองเพื่อแก้ปัญหาไวรัสโคโรน่าที่เข้ามาในประเทศ แต่รัฐบาลกลับจะนำเงินไปให้ต่างชาติมาเที่ยวในไทย แม้แต่เรื่องที่ไม่ควรเป็นปัญหาอย่างเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่มีเหตุมาจากส.ส. เสียบบัตรแทนกันจนอาจทำให้พ.ร.บ.นี้ เป็นโมฆะ
ด้านนายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง การแก้ปัญหาเรื่องของการเสียบัตรแทนกัน ในการลงมติพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2563 ว่า จากที่ปรากฏเป็นข่าวมีความเห็นจากหลายฝ่ายและประธานรัฐสภาที่มีความเห็นว่าการเสียบบัตรแทนกันเป็นความผิดที่ทำไม่ได้ทุกกรณีและมีโทษทางกฎหมายไม่ว่าจะเป็นโทษของผู้กระทำ และยังเป็นผลที่ทำให้ร่างพระราชบัญญัติพิจารณามีอันต้องตกไปตามบรรทัดฐานที่เคยมีการวินิจฉัยไว้แล้วในปี 2557 บรรทัดฐานที่ถูกสร้างไว้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยไว้แล้วอย่างมั่นคง
นายชุมสาย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จึงเห็นว่าคณะรัฐมนตรีต้องพิจารณาเรื่องการต้องยุบสภาหรือลาออกน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพราะหากถ้าสวนทางต่อไปอาจจะมีแรงเสียดทานกลับมา ส่วนทางออกของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นทางออกที่นำมาใช้ได้ในขณะที่พ.ร.บ.ฉบับนี้ยังคงพิจารณาอยู่ แต่ขณะนี้พ.ร.บ.ฉบับนี้แล้วเสร็จแล้วจึงเป็นเรื่องของการกระทำที่ไม่ชอบซึ่งผลของการกระทำไม่สามารถหนีไปทางอื่นได้เพราะมีบรรทัดฐานไว้อยู่แล้ว