ข้อเรียกร้องจากสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย ที่ส่งถึงภาครัฐคือ ขอให้รับซื้อเครื่องจักรผลิตถุงพลาสติกในราคาที่เหมาะสม และดูแลแรงงานกว่า 6,000 คน ที่จะอาจจะต้องตกงาน รวมถึงเปิดเสรีการใช้ถุงพลาสติกตามความสมัครใจของผู้บริโภค หากใครต้องการใช้ถุงพลาสติกจะต้องจ่ายเงินเพิ่ม ไม่ใช่ยกเลิกการใช้ เพราะเชื่อว่าพลาสติกไม่ใช่สาเหตุทำลายธรรมชาติ แต่เป็นคนใช้ที่ขาดจิตสำนึก
กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เก็บข้อมูลการใช้ถุงพลาสติกของคนไทย พบว่าสูงถึง 45,000ล้านใบต่อปี
ที่มาของถุงพลาสติกเหล่านี้ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ จากห้างสรรพสินค้า 30% /ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าทั่วไป 30% / ส่วนกลุ่มที่ใช้ถุงพลาสติกมากที่สุดคือตลาดสด และแผงลอย 40%
นั่นหมายความว่า นโยบายรณรงค์งดแจกถุงพลาสติก ที่เริ่มนำร่องจากกลุ่มห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อ ทำให้ปริมาณการใช้ถุงพลาสติกลดลงถึง 60%หรือเกินครึ่งหนึ่งของจำนวนการผลิต นี่จึงเป็นสาเหตุให้โรงงานอุตสาหกรรมถุงพลาสติก ต้องไปยื่นหนังสือถึง รมว.กระทรวงทรัพย์
เหนืออื่นใด สิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้พรมนโยบาย"เลิกใช้ถุงพลาสติก" ที่ประชาชนยังไม่เข้าใจกระจ่างชัดคือ ตามโรดแมปกำหนดให้เลิกใช้ถุงพลาสติกที่มีความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน อย่างถุงหูหิ้วตามร้านสะดวกซื้อ ส่วนใหญ่หนาเพียง 10-15 ไมครอนเท่านั้น ถุงประเภทนี้มีเนื้อสัมผัสบางเบา แตกตัวเป็นไมโครพลาสติกได้ง่าย ที่สำคัญคือเป็นแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งนำกลับมารีไซเคิลแทบไม่ได้
ส่วนถุงพลาสติกที่มีความหนา 36 ไมครอนขึ้นไป ยังอนุญาตให้ใช้ เพราะสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้