ไอ้แบบนี้เรียกว่า "งูเห่า" หรือ "พญางูเห่า" กันแน่?
คนที่น่าอภิปรายที่สุด กลับไม่มีชื่อ หากคิดล้ม คงรู้ว่าใครมีอำนาจบารมีในรัฐบาลนี้ และเป็นจุดเปราะบางที่ฝ่ายค้านจะทะลวงได้
แต่เปล่า ถึงใส่ชื่อก็ขอเอาแค่น่วมๆ ไม่ถึงขนาดมองหน้ากันไม่ติด
แล้วถ้าถึงขนาดไม่อภิปรายคนนี้ มันจะได้ประโยชน์อะไร? มากแค่ไหน? เอาอะไรมาแลก?
รายชื่ออภิปรายได้แค่บรรดาน้องๆ ส่วนพี่ใหญ่เอาไว้ใช้ขู่เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน
อย่างงี้งูเห่าแบบ 12 ตัวนั้น มันยังไม่มีบารมีทำได้ และยังยอมรับว่าเป็นงูเห่าแบบหน้าชื่นตาบาน แต่ไอ้ที่อยู่เบื้องหลังนี่สิ น่าจะเรียกว่า "เผด็จการฝ่ายค้าน" ไปเลยก็ได้
ผมเห็นชัดเหมือน 10 ปีก่อน ที่จับปลาไหลคามือมาแล้ว การเมืองไม่ได้เปลี่ยนเลยสักนิด
เล่นการเมืองแบบนี้มันลึกซึ้งนัก ได้ประโยชน์มากกว่า แม้จะไม่ได้เป็นรัฐบาล
งูเห่าระดับ "พญานาค" หรือจะเรียกว่าระดับ "อนาคอนด้า" ไม่โผล่หน้ามาให้เห็นในสภาเหมือนระดับงูเห่ากระจอกๆ
บารมีก็ได้ ชื่อก็ไม่เสีย ไม่ต้องให้คนด่า ไม่ต้องไปวิ่งไล่ใครให้เห็น ไม่ต้องห่วงว่าจะโดนศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิ์ เพราะมีคนไปร้องให้กวนใจ นั่งจิบไวน์สบายแฮที่บ้าน
แล้วอย่างนี้พรรคอนาคตใหม่หวังจะประสบความสำเร็จได้ยังไง? ในเมื่อฝ่ายค้านไม่มีเอกภาพแบบนี้? เพราะมันเป็นฝ่ายค้านเทียม เตี๊ยมกันมาแต่ต้น
จะไป "วิ่งไล่ลุง" มันแค่หนังไทย ต่อรองอะไรไม่ได้ ไม่ใช่ระดับอินเตอร์แบบที่เขาเล่น มันเหลือเชื่อ
ของจริง เขา "นั่งคุยกับลุง" อยู่บนโต๊ะจีนในห้องสูทโรงแรมระดับ 5 ดาว แถวๆ ถนนราชดำริ ของนายทุนใหญ่ มีลิฟท์ VIP ไม่ปะปนกับคนทั่วไป
"หากจะไม่ให้อภิปรายคนนี้ จะขอคนนั้นขึ้นเป็นรัฐมนตรี ตอนปรับ ครม. หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจบ"
นักการเมืองรุ่นเก๋าเขาถึงบอก อุดมการณ์ต้องเก็บไว้ในลิ้นชัก การเมืองในสภามันลิเกโรงใหญ่ ผลประโยชน์ต้องมาก่อนประเทศชาติ
เพราะหากกูยังไม่ได้ประโยชน์ แล้วประเทศชาติจะไปได้ประโยชน์ ยังไงวะ?