อนค.แถลงข่าว เปิดร่างกฎหมายคราฟต์เบียร์ ทลายทุนผูกขาด
14 ม.ค. 2563 | nathaorn

ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ ตึกไทยซัมมิททาวเวอร์ จัดแถลงข่าว เปิดร่างกฎหมายสุราก้าวหน้า "ปลดล็อกทุนผูกขาด ปลดปล่อยสุราคนไทย ร่างนโยบายที่จะทลายทุนผูกขาดแอลกอฮอล์ขนานใหญ่
ข่าว
14 ม.ค. 2563 | nathaorn

ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ ตึกไทยซัมมิททาวเวอร์ จัดแถลงข่าว เปิดร่างกฎหมายสุราก้าวหน้า "ปลดล็อกทุนผูกขาด ปลดปล่อยสุราคนไทย ร่างนโยบายที่จะทลายทุนผูกขาดแอลกอฮอล์ขนานใหญ่
ชั้น 8 สำนักงานใหญ่พรรคอนาคตใหม่ อาคารไทยซัมมิททาวเวอร์ จัดแถลงข่าว เปิดร่างกฎหมายสุราก้าวหน้า "ปลดล็อกทุนผูกขาด ปลดปล่อยสุราคนไทย ร่างนโยบายที่จะทลายทุนผูกขาดแอลกอฮอล์ขนานใหญ่"โดยมี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าวเปิดงานและวัตถุประสงค์ของงาน
นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกรส.ส.กรุงเทพมหานครพูดถึงเรื่องการสะท้อนความจริงจากคนทำเหล้า เบียร์ อุปสรรค ปัญหา และโดนจับจริง, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ส.ส.บัญชีรายชื่อพูดถึงโอกาสและรายละเอียดร่างนโยบาย "สุราก้าวหน้า", นาย วรภพ วิริยะโรจน์ส.ส. บัญชีรายชื่อพูดถึงเรื่องการร่าง พ.ร.บ.ที่เปิดให้ทุกคนถกเถียง เปิดความเป็นไปได้ใหม่ๆ
ทั้งนี้ นายธนาธร กล่าวถึงสภาพเศรษฐกิจไทยว่า เต็มไปด้วยการผูกขาด มิใช่แต่ธุรกิจจำหน่ายสุราเท่านั้น โดยเฉพาะโมเดลการพัฒนาแบบประชารัฐนับแต่การรัฐประหาร 2557 เป็นต้นมา ที่มีการจับคู่ตัวแทนฝ่ายรัฐโดยกระทรวงต่างๆกับกลุ่มทุนใหญ่ อาทิ การให้สัมปทานดิวตี้ฟรีเพียงรายเดียวแก่กลุ่มคิงพาวเวอร์ เป็นต้น ทั้งยังเน้นย้ำว่า โมเดลประชารัฐเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อผลเสียในระยะยาวอย่างน้อย 4 ด้านคือ นำสู่การผูกขาดที่มากขึ้น, อำนาจแต่งตั้งสูงกว่าเสียงประชาชนซึ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำในสังคมรุนแรงขึ้น, การเติบโตแบบไร้เทคโนโลยีและการกดทับกีดกันเสรีภาพ ที่สร้างอุปสรรคในการพัฒนามนุษย์และนวัตกรรม ทางออกของปัญหาคือ ทุนใหญ่ต้องแข่งขันทางเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมพร้อมเปิดทางให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กไม่ใช่การผูกขาดผ่านระบบเส้นสายหรือระบบอุปถัมภ์
ทางด้าน นายพิธา ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมว่า เจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว คือการชุบชีวิตวัตถุดิบทางการเกษตรของประเทศไทย ให้คนในชุมชนมีสิทธิที่จะนำมาแปรรูปได้ ด้วยที่ผ่านมากฏหมายเป็นเสมือนประตูปิดกั้นโอกาสการเติบโตของธุรกิจสุราขนาดเล็ก ทั้งการจำกัดปริมาณแรงงาน จนถึงการกำหนดสมรรถนะอุปกรณ์ที่นำมาใช้ผลิต ทั้งนี้ยังมีแนวโนมว่าภาคประชาชนจะสนับสนุนการร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวมากขึ้น จากการได้ลงพื้นที่พูดคุย โดยมีเสียงอุทธรณ์จากชาวบ้านว่าไม่สามารถยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้ ด้วยเพดานและข้อจำกัดทางกฏหมาย แต่ก็พร้อมพัฒนาให้ดีขึ้นหากได้รับโอกาส นอกจากนี้ นายพิธา ยังได้ยกตัวเลขหลักร้อยล้านที่ควรจะหมุนเวียนในประเทศ แต่กลับถูกนำไปใช้ในต่างประเทศเพราะผู้ผลิตต้องไปสร้างแบรนด์ก่อนนำเข้ามาจำหน่ายในไทย