เนชั่นทีวี

ข่าว

สมชัย บี้ กกต. สอบอีก 17 พรรค กู้เงินเหมือน อนค.

14 ม.ค. 2563 | anchalee_ari

สมชัย บี้ กกต. สอบอีก 17 พรรค กู้เงินเหมือน อนค.

"สมชัย" บี้ กกต. สอบอีก 17 พรรคการเมืองที่มีรายการกู้เงินเหมือนอนาคตใหม่ พร้อมเตรียมเปิดข้อมูลเพิ่มอีก 17 พรรคที่มีเงินยืม ซึ่งความผิดหนักกว่าเงินกู้..

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กล่าวภายหลังเปิดเผยข้อมูลผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว ว่ามีพรรคการเมืองที่มีรายการกู้เงินในเอกสารงบการเงินรวม 18 พรรคการเมือง ว่า รายการเงินกู้ปรากฏอยู่ในหมวดหนี้สินของพรรคการเมือง ไม่ใช่รายได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยึดถือปฏิบัติกันมาแบบนี้ตลอด ถ้าไปเปิดดูเอกสารงบการเงินของพรรคการเมืองต่างๆ ที่ส่งให้กับ กกต. ไม่ว่าจะปีไหน ก็มีปรากฏรายการเงินกู้ในหมวดหนี้สิน ดังนั้นเป็นเรื่องที่พรรคการเมืองสามารถกู้ยืมเงินได้ จนกระทั่งตีความหมายว่าเงินกู้ เป็นสิ่งที่ไม่ปรากฏในรายการของรายได้ ดังนั้นการกู้เงิน กู้ไม่ได้ การกู้เงินจึงถือว่าขัดกฎหมาย และขัดมาตรา 72 ของกฎหมายพรรคการเมือง ว่าเป็นการได้มาซึ่งผลประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบทั้งนี้ ตนได้ตรวจสอบย้อนหลังไปปี 2561 โดยเมื่อพรรคการเมืองทำบัญชีเสร็จ ต้องให้ผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาตรับรอง และนำเข้าที่ประชุมใหญ่ของพรรคการเมืองภายในเดือนเมษายนของปีถัดไป หรือปี 2562 และเมื่อผ่านที่ประชุมใหญ่แล้วก็ต้องส่งให้ กกต. ภายใน 30 วัน เท่ากับว่า กกต. จะได้เอกสารจากทุกพรรคการเมืองภายในเดือนพฤษภาคมปี 2562 และต้องเอางบการเงินไปประกาศเผยแพร่ต่อสาธารณะ ดังนั้นข้อมูลที่เอามาเปิดเผยครั้งนี้ ไม่ได้มีความพิเศษ ไม่ได้เป็นความลับ ทุกคนสามารถสืบค้นได้จากเว็บไซต์ กกต.นายสมชัย ยังขยายความละเอียดของหลักฐานที่สืบค้น ว่า เอกสารมีทั้งหมด 609 หน้า

สมชัย บี้ กกต. สอบอีก 17 พรรค กู้เงินเหมือน อนค.

โดยนายจรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เป็นผู้เซ็นรับรองในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เท่ากับว่าสิ่งที่ประกาศนี้ กกต. รับทราบแล้ว ดังนั้นถ้าจะมองว่าเงินกู้เป็นเงินที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากเป็นเงินที่เป็นผลประโยชน์อื่นใดที่ได้มาโดยมิชอบ ต้องถือว่านายทะเบียนพรรคการเมืองรู้เรื่องมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมแล้ว ว่ามีถึง 18 พรรคการเมืองที่มีการกู้ยืมเงิน ซึ่งนายทะเบียนต้องนำข้อมูลทั้งหมดนำเสนอต่อ กกต. เพื่อให้มีมติอย่างใดอย่างหนึ่งว่าผิดหรือไม่ผิด หากบอกว่าผิดจะต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญให้ดำเนินการยุบพรรคเช่นเดียวกับพรรคอนาคตใหม่ จึงตั้งข้อสังเกตว่าการที่นายทะเบียนรู้อยู่แล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ก็ถือว่านานพอสมควร จึงต้องมีการชี้แจงว่าเหตุใด จึงดำเนินคดีพรรคอนาคตใหม่เพียงพรรคเดียว ถ้าจะให้ถูกต้องครบถ้วนก็ต้องดำเนินคดีกับ ทุกพรรคที่มีเงินกู้เหมือนกัน เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกัน ส่วนที่ดำเนินการล่าช้า กกต. ต้องไปกำกับนายทะเบียนพรรคการเมืองเอาเองส่วนจะเข้าข่ายว่า กกต. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ / นายสมชาย กล่าวว่า ขอให้ข้อมูลแต่เพียงเท่านี้ก่อน ไม่ขอชี้นำในประเด็นนี้ แต่ย้ำว่าเป็นหน้าที่ของนายทะเบียนพรรคการเมืองที่ต้องรายงานต่อที่ประชุม กกต. หากถือว่าเงินกู้เป็นรายการที่เข้าข่ายผลประโยชน์อื่นใดซึ่งได้มาโดยไม่ชอบ โดยเอาหลักเกณฑ์มาตรา 72 ของกฎหมายพรรคการเมืองมาเป็นตัวตั้งส่วนเรื่อง วงเงิน เกิน 10 ล้านบาทที่เป็นปัญหานั้น นายสมชาย บอกว่า เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกัน หากตีความว่าเป็นผลประโยชน์อื่นใดซึ่งมาโดยมิชอบตามหลักเกณฑ์มาตรา 72 กฎหมายพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเงิน 1 บาท 10 บาทหรือเท่าใดก็แล้วแต่ พร้อมยกตัวอย่างว่า หากความหมายของมาตรานี้ ถ้าเงินกู้เข้าข่ายผิดจริง เงินที่มีที่มานอกเหนือจากนั้น ทั้งเงินบ่อน เงินค่าของหนีภาษี เงินเหล่านี้เพียงแค่บาทเดียวหากนำไปสนับสนุนพรรคการเมือง 
โดยรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบก็ถือว่าเข้าข่ายผิดตามมาตรา 72 ของกฎหมายพรรคการเมืองทั้งหมด จึงไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับวงเงิน ซึ่งมีหลายคนพยายามเชื่อมโยงว่าต้องไม่เกิน 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน เพราะเป็นเรื่องการบริจาคเงินเข้าพรรคการเมืองได้ไม่เกิน 10 ล้านบาท แต่ประเด็นนี้ตกไปแล้ว เพราะไม่ได้ตีความว่าเงินกู้เป็นเงินบริจาค แต่ไปตีความว่าเป็นผลประโยชน์อื่นใดที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมายส่วนต้องไปนำสืบเกี่ยวกับที่มาของเงินกู้ มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น นายสมชัย กล่าวว่า หากตีความตามหลักการในอดีต เงินกู้ไม่ได้ผิด แต่ถ้าตีความว่าเงินกู้ผิดตามมาตรา 72 แปลว่าเงินที่มีการกู้มาก็ต้องผิดตามไปด้วย ไม่เกี่ยวกับวงเงิน และหากไปนำสืบว่าที่มาของเงินกู้ไม่บริสุทธิ์ก็ถือว่าผิดอีกคดี ทั้งกรณีเงินกู้ซึ่งได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นเงินสีเทา
นายสมชัย เปิดเผยว่า จากการสืบค้นข้อมูลงบการเงินพบว่า นอกจาก 18 พรรคการเมือง ที่ระบุมีเงินกู้แล้ว ยังมีอีก 17 พรรคการเมืองที่ระบุว่าเป็นเงินยืม ซึ่งเทียบกันแล้ว ถือว่าเงินยืมผิดมากกว่า เพราะเงินกู้มีสัญญา มีดอกเบี้ย มีการใช้คืนตามกำหนด แต่เงินยืม มีพรรคการเมืองบางพรรควงเงินถึง 30 ล้านบาท โดยไม่มีดอกเบี้ย และกำหนดใช้คืน หากมองว่าเป็นการครอบงำพรรคการเมืองโดยบุคคล ประเด็นเงินยืมก็ถือเป็นประเด็นที่สำคัญ และหลังจากนี้จะออกมาเปิดเผยข้อมูลต่อไปว่ามีพรรคการเมืองใดบ้าง แต่ไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคเสรีรวมไทย

ข่าวล่าสุด