ทอม ทศวรรต ทะสุวร" ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ได้สัมภาษณ์ความคิดเห็น "ดร. เสรี วงษ์มณฑา" ในประเด็นข่าวร้อนที่กำลังเกิดขึ้น
สองกิจกรรม เดินเชียร์ลุง กับวิ่งไล่ลุง ความเป็นมาเป็นไป?"แรกเริ่มก็เกิดจากกลุ่มวิ่งไล่ลุง ตอนเขาคิดจะจัด เขาบอกว่าเขาจัดแบบกีฬานะ ไม่ได้จัดแบบชุมนุม แต่หลายคนเห็นเขาตั้งชื่อวิ่งไล่ลุง ก็รู้แล้วว่ามีนัยยะทางการเมือง ก็มีการเตือนว่าขออนุญาตซะก่อนนะ เดี๋ยวจะโดนตรงสกายวอล์ก ทีแรกเขาบอกว่าเป็นการกลั่นแกล้งกีดกันอะไรต่างๆ ซึ่งหลังจากเขายอมรับและขออนุญาตเรียบร้อยก็ได้จัดที่สวนรถไฟ ซึ่งก็ออกมาแล้วว่าไม่ใช่เรื่องกีฬาอย่างแน่นอน พอมีการวิ่งไล่ลุงเกิดขึ้น ก็มีกลุ่มที่เขาสนับสนุนรัฐบาลอยู่ เขาบอกว่าถ้าอย่างนั้นจะขอเดินเชียร์ลุงบ้าง โดยทางนี้ไปอยู่สวมลุมฯ ก็ดีแล้วจัดแยกกันอย่างนั้น การปะทะจะไม่เกิดขึ้น ด้านวิ่งไล่ลุง หลายคนก็มีความกังขาว่าใครอยู่เบื้องหลังการจัด ซึ่งทางพรรคการเมืองเขาก็ไม่ยอมรับ แต่สำหรับฝ่ายเดินเชียร์ลุงเขาบอกชัดเจนว่าออกมาเพื่อสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ต่อไป เปิดตัวชัดเจน เมื่อวานก็เห็นชัดเจนว่าทางฝั่งวิ่งไล่ลุงมีนักการเมืองปรากฎตัว แต่ฝั่งเดินเชียร์ลุงไม่ปรากฏนักการเมือง มีแต่เฉพาะคนที่เราเห็นว่าเป็นผู้สนับสนุนรัฐบาลซึ่งอาจเคยปรากฎตัวในสื่ออยู่บ้าง อันนี้เป็นความต่างกัน"ฝั่งไหนคนมากกว่ากัน?"ถ้าดูจากภาพถ่ายน่าจะพอๆ กัน แต่ถ้าดูจากการนับ ซึ่งตร. เขาก็เข้าไปสำรวจตรวจสอบ เวลาพูดถึงตัวเองก็ยากที่จะให้คนยอมรับ ทางฝ่ายวิ่งไล่ลุงเขาก็ต้องบอกว่าคนเขาเยอะ ซึ่งถ้าดูจากภาพก็เยอะและคึกคักจริงๆ ซึ่งกิจกรรมเขา มีคุณธนาธรวิ่งนำ ตะโกนสู้ๆ ประยุทธ์ออกไปบ้าง ลุงออกไปบ้าง มันก็ดูคึกคัก ส่วนฝ่ายเดินเชียร์ลุง เขามีกลองยาว มีการแสดง ร้องเพลง ดูแล้วพอๆ กัน แต่เขาจะเชื่อหรือเปล่ากับการนับของตร."ตัวเลขกลุ่มวิ่งไล่ลุง 13,340 คน เขาบอกว่าเป็นไปตามเป้า แต่อีกกลุ่มเดินเชียร์ลุง ตร.นับคนต่อคนเลยนะอยู่ที่ 24,585 คน เป็นการส่งสัญญาณอะไรบ้าง?"ด้านวิ่งไล่ลุงเป็นไปตามคาด ส่วนเดินเชียร์ลุงคือเกินคาด คือคิดว่าอาจเป็นแค่หลักร้อย ก็นึกหวั่นไหวเหมือนกัน ว่าเป็นไปตามทฤษฎีการเมือง คนไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลจะเป็นกลุ่มน้อยจะแอ็กทีฟ ส่วนคนที่เห็นด้วยกับรัฐบาลที่เราเรียกว่าพลังเงียบ คนที่เป็นพลังเงียบที่สนับสนุนรัฐบาลน่าจะไม่ออกมา แต่พอออกมาแบบนี้ก็สบายใจขึ้น ตอนแรกคิดว่าผู้ใหญ่จะมากันเหรอ คงหรอมแหรม ได้สองร้ายห้าร้อยก็ดี แต่พอออกมาแบบนี้ ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลก็มีจำนวนมากพอ"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกี่ยวข้องกับวาทกรรมทางการเมืองหรือเปล่า?"แน่นอน เผด็จการ ธนาธรเขาตะโกนเองเลยนะ คุณลุงออกไป ประยุทธ์ออกไป เผด็จการประชาธิปไตย นี่คือวาทกรรมทั้งสิ้น ถ้า 7 พรรคการเมืองเขารวมตัวกันได้ และเขาได้เป็นรัฐบาล ตกลงนี่คือประชาธิปไตยใช่มั้ย พออีกฝ่ายรวมตัวกันได้ พลเอกประยุทธ์ได้เป็นนายกฯ เขาบอกเผด็จการ ตรรกะแบบนี้เขาบอกว่าวิบัตินะ เป็นเหตุผลที่ใช้ไม่ได้ พอคุณแพ้ปั๊บไม่เป็นประชาธิปไตย พลเอกประยุทธ์มาเป็นนายกรัฐมนตรีตามครรลองของประชาธิปไตย"สองพ่อลูกมีความเชื่อมโยงกันยังไง?"คือจริงๆ แล้ว จอห์น วิญญู เขามีรายการ ซึ่งรายการเขา เขาอยู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลอย่างแน่นอน วิธีการทำให้รายการน่าเชื่อถือ เขาก็เอาพ่อมาอยู่ในรายการด้วย เพราะพ่อเขามีตำแหน่งเป็นรองศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ ความน่าเชื่อถือก็น่าจะมี แต่ทีนี้เวลาพ่อเขาแสดงความคิดเห็น เขาจะใช้ความน่าเชื่อถือของการเป็นนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ บางทีย้อนไป 2475 ก็มี แต่ก็ต้องระมัดระวัง เร็วๆ นี้เรารณรงค์เรื่องงดใช้พลาสติก เขาเอารูปคอนเทรนเนอร์ที่มีขยะเป็นพลาสติกบอกว่านี่เหรอรณรงค์ นี่ไงนำเข้าพลาสติก แต่จริงๆ มีคนไปหาดู ข่าวนั้นเป็นข่าวต่างประเทศ บอกว่าเป็นขยะที่นำมาอินโดนีเซียและอินโดนีเซียกำลังจะส่งกลับไปประเทศต้นทาง เราไม่รู้ว่าที่เขาเอามาเขียนเพราะไร้เดียงสา ไม่รู้ข้อมูลจริงหรือเห็นว่าภาพมีโอกาสที่จะด่ารัฐบาลได้ เลยเอามา หรือจริงๆ เขารู้ข้อเท็จจริง แต่เห็นว่าภาพนั้นเอามาพูดให้สวนทางด่ารัฐบาล ลักษณะวิธีการเขาเป็นแบบนี้ เวลาใครเห็นเขาพูดอะไรต้องนำมาคิดวิเคราะห์ แยกแยะว่าเขาพูดเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ การแสดงความคิดเห็นนั้นจริงใจแค่ไหน"เขาบอกว่าเดินเชียร์ลุงมีแต่คนแก่จะลงโลง?"มีหลายอายุ ทางฝ่ายวิ่งไล่ลุงอาจมีวัยรุ่นเยอะ แต่มองว่าคนแก่ใกล้ตายจะเข้าโลง มาคิดอีกที เพราะคนแก่อาจมีวิจารณญาณ มีข้อมูลที่พินิจพิเคราะห์เห็นผลงานรัฐบาล ตั้งแต่สมัยคสช.จนปัจจุบัน เขาเห็นว่ามีความพยายามจะพัฒนาประเทศ จึงคิดว่าพลเอกประยุทธ์ควรเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป นี่เป็นวิจารณญาณ"