นายเกรียงไกร เทพินทร์อารักษ์ ผู้จัดการสหกรณ์ยางพาราเนินดินแดงตราด และที่ปรึกษาเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย กล่าวถึงปัญหาเกษตรกรผู้ปลูกยางภาคตะวันออก ว่า ขณะนี้ปัญหาราคายางพาราเป็นปัญหาของเกษตรกรทั้งประเทศ ไม่เพียงเฉพาะภาคตะวันออกเท่านั้น ซึ่งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการยางพารามีเกือบ 10 ล้านคน ทั้งผู้ผลิต เจ้าของโรงงาน เกษตรกรชาวสวนยาง และครอบครัว ทำให้การขับเคลื่อนจากรากหญ้าน้อยลงไปด้วย เพราะไม่มีใครออกมาใช้เงินจับจ่ายใช้สอย ทำให้เกิดผลกระทบต่อเนื่องไปยังร้านค้าร้านขายของด้วย โดยปัญหาใหญ่ๆที่พบขณะนี้ คือ เกษตรกรรายย่อยไม่มีเงินส่งลูกเรียนหนังสือ ไม่มีเงินจับจ่ายใช้สอย ส่วนเจ้าของสวนรายใหญ่ก็ขาดแรงงานไม่มีคนกรีดยาง เพราะแรงงานเขาไปทำงานโรงงานได้เงินมากกว่าอีก แม้กระทั่งแรงงานต่างด้าวก็หาได้ยากมาก
นายเกรียงไกร กล่าวว่า ส่วนแนวทางการช่วยเหลือนั้น ประเทศไทยมีการส่งออกยางพารามากที่สุดในโลกถึง 5 ล้านตันต่อปี ซึ่งเราน่าจะกลายเป็นผู้กำหนดราคาเหมือนกลุ่มโอเปคที่เคยเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ แต่การกำหนดราคายางพารากลับกลายเป็นจีนหรือสิงคโปร์ที่ไม่มียางพาราสักต้น ดังนั้นเราต้องมาวิเคราะห์ปัญหาว่าเกิดจากอะไร ปัญหาหลักๆคือการที่เกษตรกรไทยเก่งในการผลิตต้นน้ำ เราถูกสอนให้ผลิตวัตถุดิบให้ดีที่สุด แต่เราไม่เคยเรียนรู้ที่จะแปรรูปเพิ่มมูลค่า สถิติเมื่อปี 2562 มูลค่าส่งออกยางพารากว่า 3.5 แสนล้านบาท เป็นวัตถุดิบ 86% เช่น ยางแท่ง น้ำยางข้น ยางอัดก้อนมูลค่าประมาณ 1.8 แสนล้านบาท ส่วนอีก 14% เป็นสินค้าแปรรูป เช่น ล้อยางรถยนต์ ถุงมือยาง หมอน ที่นอนยางพารามูลค่า 1.7 แสนล้านบาท เช่นเดียวกัน ตรงนี้เป็นคำตอบที่ชัดเจนว่าเราต้องแปรรูปเพิ่มมูลค่าของยางพาราให้มากขึ้น เมื่อเราแปรรูปมากขึ้นแน่นอนว่ายางที่เป็นวัตถุดิบจะหายไปจากตลาด รับรองว่าจะเกิดแรงซื้อขึ้นมาและทำให้ราคายางดีขึ้นอย่างแน่นอน นี่คือคำตอบที่ชัดเจนในการเพิ่มมูลค่า ซึ่งประเทศมาเลเซีย เขาเริ่มทำแบบนี้มาก่อนเรา เขาซื้อวัตถุดิบจากเราและนำไปผลิตถุงมือยาง ซึ่งเขาส่งออกมากที่สุดในโลก ดังนั้นเราต้องเรียนรู้จากพวกเขาให้ได้