นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แถลงภายหลังการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภาคตะวันตก โดยหารือถึงแนวทางการแก้ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งจะนำน้ำจากภาคตะวันตกมาช่วยเสริม และผลักดันน้ำเค็ม เนื่องจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณไม่เพียงพอ พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลมีความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหา แต่ปัญหาประเทศมีความซับซ้อน แม้ที่ผ่านมารัฐบาล คสช. จะดำเนินการอยู่ แต่ก็มีจุดอ่อนขาดการยึดโยงกับประชาชน เพราะไม่มีระบบผู้แทนราษฎร ดังนั้นพรรคพลังประชารัฐจะนำข้อมูลจากประชาชน ที่ผ่าน ส.ส. มาเสนอต่อรัฐบาลด้าน พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์
ส.ส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พื้นที่ภาคตะวันตกสามารถสนับสนุนน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ์ ผ่านไปยังเขื่อนแม่กลอง เพื่อช่วยวิกฤคภัยแล้งของประเทศได้ โดยชาวจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี พร้อมเสียสละนำน้ำในพื้นที่มาช่วยแก้ปัญหา รวมถึงผลักดันน้ำเค็ม เบื้องต้นรัฐบาลได้ดำเนินการผันน้ำจากภาคตะวันตกอยู่แล้ว แต่ตนเสนอว่าน่าจะเพิ่มปริมาณการผันน้ำได้อีกเมื่อถามว่าได้ทำประชาพิจารณ์กับชาวบ้านในพื้นที่แล้วหรือไม่
พลเอก สมชาย ย้ำว่า ขณะนี้น้ำจากเขื่อนภาคตะวันตกอยู่ในเกณฑ์สมดุลอยู่ปีละ 11,000 ล้านลูกบากศ์เมตร และมีเหลือบ้าง สามารถนำส่วนที่เหลือไปผันเพิ่มเติม ทั้งนี้เกษตรกรภาคตะวันจะได้รับสิทธิเท่ากับเกษตรกรที่ประสบภัยแล้งภาคอื่น พร้อมเสนอระบบส่งน้ำรูปแบบชลประทานในพื้นที่เพิ่มขึ้นด้วยขณะที่ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐ จะหยิกยกปัญหาภัยแล้งให้วาระอย่างยั่งยืน ไม่ใช่การแก้ปัญหาแบบปีต่อปี เพราะปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกปี ดังนั้น ส.ส.ทุกภาคและผู้บริหารพรรค จะประสานไปยังรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว สำหรับการประชุมสัปดาห์หน้าจะหารือปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน โดยจะเชิญผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล และนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะเข้าร่วมประชุมด้วย