จากกรณี คนร้ายบุกถล่มยิงรถ "พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล" หรือ "บิ๊กโจ๊ก" ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) และอดีต ผบช. สตม. ทำให้รถได้รับความเสียหาย ขณะที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ปลอดภัย เนื่องจากไม่ได้อยู่ในรถ โดยคาดว่ามือปืนถูกจ้างมายิงข่มขู่
ยิงแบบนี้มืออาชีพไหม?
รศ.พ.ต.ท.กฤษณพงค์ : "ประเด็นแรกอาจต้องมาดูว่าคนร้ายที่ยิงรู้มั้ยว่ามีคนอยู่ในรถ เท่าที่ติดตามข่าว คนร้ายเชื่อว่าไม่มีคนอยู่ในรถ ประการสำคัญรถจอดหยุดนิ่งไม่มีการเคลื่อนที่ น่าเชื่อได้ว่าคนร้ายไม่ประสงค์ต่อชีวิต ถามว่าคนร้ายมืออาชีพมั้ย ก็ตอบค่อนข้างยาก"
รศ.นพ. วีระศักดิ์ : "แน่นอนคือเป็นลักษณะขบวนการ มีการมาดูต้นทาง ส่วนการยิงมีกองพิสูจน์หลักฐานเข้าไปดำเนินการ มีการคอยบอกทิศทางการยิง เป็นลักษณะการยิงเฉียงลง ไม่เอาชีวิตแน่นอน เพราะถ้ามีการบาดเจ็บก็อยู่ระดับช่วงขา"
กระสุนไม่กระจัดกระจาย กระจุกอยู่ที่เดียว การยิงแบบนี้อธิบายอะไร?รศ.นพ. วีระศักดิ์ : "ตามข่าวบอกว่ายิง 3 วินาที ก็เป็นการยิงต่อเนื่อง ไม่ได้หวังผล คือรีบ เพราะซอยนี้เป็นซอยตัน การดำเนินการต้องอยู่ในช่วงเวลาสั้นมากๆ เพื่อให้มีเวลาหนี"
ทำไมเลือกสถานที่แบบนี้?
รศ.พ.ต.ท.กฤษณพงค์ : "อันดับแรก คนร้ายต้องรู้พฤติกรรมของท่านสุรเชษฐ์แน่นอน ต้องมีการติดตามความเคลื่อนไหว สองต้องมีการกระทำที่เป็นขบวนการ มีผู้สั่งการ มีผู้ลงมือปฏิบัติการ ซึ่งบ้านเราให้ความสำคัญน้อย เรียกว่าองค์กรอาชญากรรม หมายความว่าถ้าผู้กระทำความผิด 3 คนขึ้นไป อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องแก๊งที่มากกว่านั้น เช่นขบวนการฟอกเงินมั้ย ประพฤติผิดมิชอบมั้ย"
โฟนอินสัมภาษณ์ "บิ๊กโจ๊ก" สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?
บิ๊กโจ๊ก : "ตอนนี้ไม่มีอะไร ส่วนใหญ่สื่อก็สัมภาษณ์กันเยอะ ผมก็ตอบได้ในส่วนที่ตอบได้ ตามข้อเท็จจริง"
ตอนรู้ว่ารถโดนยิง คิดไปถึงเรื่องอะไรบ้าง?
บิ๊กโจ๊ก : "ทันทีที่ทราบว่ารถถูกยิง ผมนอนนวดอยู่ พนักงานนวดตกใจ แต่ผมเฉยๆ เพราะผมรู้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้มีการดำเนินการอยู่แล้ว เพียงแต่วาจะเกิดขึ้นช้าหรือเร็วแค่นั้นเอง ผมคาดการณ์อยู่แล้ว ว่าเรื่องนี้ต้องมีเกิดขึ้น แต่วันนั้นผมอาจประมาทไปนิดนึง ผมขับรถไปคนเดียวเหมือนเดิม เป็นพฤติกรรมประจำของผมปกติ"