นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ได้จัดประชุม "วิกฤต" ที่บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิ่ง ขณะที่วิกฤตความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่การที่เขาสนับสนุนสหรัฐฯว่า มีสิทธิป้องกันตนเอง หลังมีหลักฐานที่ชัดเจนว่า พลตรีกอเซ็ม สุไลมานี ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษคุดส์ กำลังวางแผนว่าจะเปิดฉากโจมตีนักการการทูตและบุคลากรทางทหารของสหรัฐฯ ในอนาคตอันใกล้
ทำให้อิหร่านไม่พอใจ และผู้บัญชาการทหารอิหร่านที่ไม่เปิดเผยนามคนหนึ่ง ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ "ไทม์ส" ว่า กองทัพของเราจะล้างแค้นเป้าหมายที่เป็นทหารสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง โดยไม่หวั่นว่าพันธมิตรของสหรัฐฯ รวมทั้งอังกฤษ จะโดนลูกหลงไปด้วย แต่ทูตอิหร่านประจำกรุงลอนดอน "ฮามิด เบไอดิเนจ๊าด" ได้ปฏิเสธรายงานข่าวนี้ โดยระบุว่า เป็นโฆษณาชวนเชื่อที่เป็นเท็จและอันตราย ในฐานะที่เอกอัครราชทูตและผู้แทนระดับสูงของอิหร่าน เขาขอประนามอย่างแข็งกร้าวต่อคำโกหกที่ต่ำช้าและข่าวที่ยั่วยุนี้
แต่เซอร์ไซมอน วินเซนท์ อดีตนายทหารแห่งกองทัพอังกฤษ และปรึกษาของกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์วิทยุบีบีซีว่า ทหารอังกฤษอาจโดนลูกหลงไปด้วย ซึ่งตอนนี้ทหารอังกฤษในตะวันออกกลาง ต่างเตรียมพร้อมรับมือในระดับสูง เพราะอังกฤษอาจกลายเป็นเป้าที่โจมตีได้ง่ายกว่าสหรัฐฯ
มีรายงานว่า จอห์นสันได้โทรศัพท์คุยกับนายกรัฐมนตรีอาดิล อับดุล มาห์ดี ของอิรัก เรียกร้องไม่ให้อิรักขับทหารอังกฤษกับทหารสหรัฐฯ ออกนอกประเทศ
โดยชี้ว่า ทหารเหล่านี้ มีพันธกิจในการรักษาเสถียรภาพและอธิปไตยของอิรัก โดยมีภารกิจในการต่อสู้กับกลุ่มไอเอสในอิรัก ส่วนเรื่องที่ทรัมป์ประกาศจะโจมตี 52 เป้าหมายในอิหร่าน ที่รวมทั้งสถานที่สำคัญทางศาสนาที่เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมนั้น
โดมินิค ราอับ รัฐมนตรีต่างประเทศ ที่เข้าร่วมการประชุมกับจอห์นสัน ให้ความเห็นว่า มรดกทางวัฒนธรรมได้รับการปกป้องโดยกฎหมายระหว่างประเทศ และคาดว่า สถานที่เหล่านี้จะได้รับการเคารพ
อ่านข่าว >> "ทรัมป์" ลั่น พร้อมโจมตีเป้าหมาย 52 จุดในอิรัก