ยูเครน - กบฏ แลกเปลี่ยนเชลย
29 ธ.ค. 2562 | krailuk_n

กองทัพยูเครนและกลุ่มกบฏทางตะวันออกของยูเครนที่รัสเซียหนุนหลัง ได้แลกเปลี่ยนเชลยรวม 200 คนเมื่อวาน โดยมีการมองกันว่าความเคลื่อนไหวนี้ อาจจะนำไปสู่การยุติสงครามกลางเมืองที่ดำเนินมานาน 5 ปี
ข่าว
29 ธ.ค. 2562 | krailuk_n

กองทัพยูเครนและกลุ่มกบฏทางตะวันออกของยูเครนที่รัสเซียหนุนหลัง ได้แลกเปลี่ยนเชลยรวม 200 คนเมื่อวาน โดยมีการมองกันว่าความเคลื่อนไหวนี้ อาจจะนำไปสู่การยุติสงครามกลางเมืองที่ดำเนินมานาน 5 ปี
เชลยฝ่ายยูเครนที่ได้รับการปล่อยตัว และเดินทางถึงสนามบินบอริสสปิลในกรุงเคี๊ยฟเมื่อคืน ได้รับการต้อนรับกลับบ้านโดยประธานาธิบดีวลาดิมีร์ เซเลนสกี้ และบรรดาสมาชิกในครอบครัว รวมถึงญาติมิตรท่ามกลางคราบน้ำตาแห่งความดีใจ หลังจากที่ต้องพลัดพรากกันอยู่นานหลายปี
การแลกเปลี่ยนเชลย มีขึ้นที่จุดผ่านแดนใกล้กับเมืองฮอร์ลิฟก้าของกลุ่มกบฏ ซึ่งเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งในข้อตกลงเมื่อต้นเดือนนี้ ซึ่งจัดทำระหว่างผู้นำยูเครน รัสเซีย ฝรั่งเศสและเยอรมนี
จากข้อมูลของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนดาเนี๊ยสก์และลูกานสก์ของกลุ่มกบฏ ยูเครนส่งมอบเชลยให้พวกเขา 124 คน ส่วนพวกเขาก็ส่งมอบเชลยให้ฝ่ายยูเครน 76 คน
ในบรรดาเชลยที่ยูเครนปล่อยตัว ก็รวมถึง 5 สมาชิกของหน่วยเบอร์กุต หน่วยตำรวจพิเศษ ที่ปัจจุบันถูกยุบไปแล้ว โดยพวกเขาถูกตั้งข้อหาเรื่องการสังหารผู้ประท้วงในกรุงเคี๊ยฟ เมื่อปี 2557
สำหรับฝั่งยูเครนที่ได้รับการปล่อยตัว เป็นทหาร 12 นาย ในจำนวนนั้น 2 นายถูกจับเป็นเชลยมาตั้งแต่ปี 2558 หลังถูกซุ่มโจมตีขณะคุ้มกันขบวนรถที่พาผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่สู้รบ ส่วนคนอื่น ๆ เป็นพลเรือน ซึ่งก็มีทั้งผู้หญิง และผู้สื่อข่าว
เจ้าหน้าที่ของฝ่ายลูกานสก์ บอกว่าในส่วนของลูกานสก์ ที่ได้รับการปล่อยตัวก็รวมถึงพลเรือนชาวรัสเซีย 5 คน และบราซิล 1 คน การแลกเปลี่ยนเชลยศึกครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก โดยครั้งใหญ่ครั้งล่าสุดคือเมื่อปลายปี 2560 โดยเป็นการแลกเปลี่ยนเชลยศึกมากกว่า 300 คน กรณีพิพาทในยูเครนคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วมากกว่า 1 หมื่น 4 พันคนนับตั้งแต่ปี 2557
สงครามเปิดฉากขึ้นหลังผู้นำยูเครนถูกประชาชนเดินขบวนขับไล่จนต้องหนีไปอยู่ที่รัสเซีย หลังจากนั้นไม่นานรัสเซียก็เข้ายึดไครเมียจากยูเครน ตามมาด้วยการประกาศแยกตัวของ 2 ภูมิภาคทางตะวันออกของประเทศจนกลายเป็นสงครามกลางเมือง
ความหวังที่ว่าสงครามกลางเมืองในฝั่งตะวันออกของประเทศจะปิดฉากลง มีมากขึ้นเมื่อเซเลนสกี้ ได้รับเลือกตั้ง และมุ่งมั่นที่จะเจรจากับรัสเซียเพื่อหาทางยุติสงคราม
แต่ที่กังวลกันก็คือการยุติสงคราม ต้องแลกมาด้วยการที่ให้ภูมิภาคที่กลุ่มกบฏยึดครอง จัดการเลือกตั้งของตัวเอง ซึ่งหมายความว่าภูมิภาคเหล่านั้น จะมีอำนาจในการปกครองตนเองมากขึ้น แต่กองทัพยูเครนก็จะเป็นผู้ดูแลพรมแดนในภููมิภาคของกลุ่มกบฏ ด้านที่ติดกับรัสเซีย