เนชั่นทีวี

ข่าว

เรื่องราวข้อคิดดีๆ ของ คุณยาย ผู้อยู่ในยุคที่ไม่เคยคิดถึงการอนุรักษ์โลก

29 ธ.ค. 2562 | Nattawut

เรื่องราวข้อคิดดีๆ ของ คุณยาย ผู้อยู่ในยุคที่ไม่เคยคิดถึงการอนุรักษ์โลก

การอนุรักษ์โลก เป็นเรื่องที่สำคัญมากในยุคสมัยนี้ แต่ก็มีบางความคิดเห็นที่มักจะบอกที่โลกเราในปัจจุบันเป็นแบบนี้เพราะ คนสมัยก่อนไม่ได้ใสใจกับเรื่องการอนุรักษ์ ล่าสุด กนก รัตน์วงศ์สกุล ได้โพสต์เรื่องราวข้อคิด ให้กับคนยุคใหม่ได้ลองอ่านแล้วคิดกลับกันถึงเรื่องนี้ให้ดีดี

โดยกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้ประกาศชื่อดังได้โพสต์ เรื่องราวข้อดีนี้ไว้ว่า..

เรื่องราวข้อคิดดีๆ ของ คุณยาย ผู้อยู่ในยุคที่ไม่เคยคิดถึงการอนุรักษ์โลก


คุณยาย ผู้อยู่ในยุคที่ไม่เคยคิดถึงการอนุรักษ์โลก..ที่ช่องจ่ายเงินในซุปเปอร์มาร์เก็ต เด็กสาวพนักงานได้แนะนำคุณยายท่านหนึ่งว่า น่าจะเอาถุงผ้ามาใช้ มากกว่าถุงพลาสติกซึ่งไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อมคุณยายขอโทษขอโพยและกล่าวว่า..
"สมัยก่อน พวกเราไม่มีความคิดเรื่องอนุรักษ์อะไรแบบนี้หรอก"
พนักงานสาวตอบกลับ..
"มันถึงกลายเป็นปัญหาของคนในยุคพวกหนูน่ะสิคะ เพราะคนรุ่นคุณยาย..ไม่เคยสนใจเรื่องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตของลูกหลานเลย"คุณยายคิด.. แต่เธอก็พูดถูกนะ ในยุคนั้นน่ะ เราไม่เคยคิดเรื่องอนุรักษ์ รักโลก โลกร้อน โลกสีเขียวอะไรพวกนี้หรอก..ในสมัยนั้น พวกขวดน้ำ ขวดนม ขวดเบียร์ที่เราดื่มหมดแล้ว เราก็ส่งกลับไปที่ร้าน ที่ร้านก็ส่งกลับไปโรงงาน โรงงานก็เอาไปล้างฆ่าเชื้อ แล้วนำกลับมาบรรจุเครื่องดื่มใหม่ หมุนเวียนใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไปตลอด ถึงมันจะเป็นการรีไซเคิลอย่างแท้จริง แต่... ตอนนั้นเราก็ไม่เคยจะคิดเรื่องอนุรักษ์หรอกที่ร้านขายของเอาถุงกระดาษมาใส่ของชำให้ กลับบ้านมาก็เอาถุงนั้นมาใช้ซ้ำได้หลายแบบ หลักๆ ก็เอาไปใส่ขยะ แล้วก็ยังเอามาห่อปกหนังสือเรียน เพราะสมัยนั้นหนังสือเรียนไม่ได้เป็นของเราทั้งหมดบางส่วนเป็นของที่โรงเรียนให้ยืมใช้ เราเลยเขียนอะไรไปบนปกแบบส่วนตัวไม่ได้ การห่อปกด้วยกระดาษถุงสีน้ำตาล ทำให้เราอยากจะเขียนอะไรบนปกหนังสือของเราก็เขียนได้ ไม่มีใครว่า แต่ก็... แย่จัง ที่ตอนนั้น.. เราไม่เคยคิดเรื่องอนุรักษ์หรอกในสมัยก่อน เราซักผ้าอ้อมให้ทารกใช้ เพราะไม่มีผ้าอ้อมสำเร็จรูปแบบใช้แล้วทิ้ง เราตากเสื้อผ้าบนราว ไม่ได้ใช้เครื่องจักรที่กินไฟมากมายเพียงเพื่อการปั่นผ้าให้แห้ง ลมและแสงแดดก็ตากเสื้อเราได้แห้งดีนะ แต่... สาวน้อยคนนั้นก็พูดถูก ตอนนั้น.. เราไม่เคยจะคิดเรื่องอนุรักษ์หรอกในสมัยก่อน แต่ละบ้านจะมีโทรทัศน์เพียง 1 เครื่อง หรือว่าวิทยุ 1 เครื่อง ไม่ได้มีประจำครบทุกห้อง และจอโทรทัศน์สมัยนั้นก็มีขนาดไม่ต่างกับขนาดของผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ๆ ไม่ได้มีจอที่ใหญ่คับห้องส่วนในครัว.. เราซอย หั่น และปั่นพวกส่วนผสมอาหารด้วยมือ เพราะไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้า คอยอำนวยความสะดวกให้ในยามที่เราจะส่งของที่แตกได้ง่ายทางไปรษณีย์ เราก็เอากระดาษหนังสือพิมพ์มาห่อ และปั้นเป็นก้อนกลมๆ วางรอบๆ เพื่อกันกระแทก ไม่ได้ใช้โฟมเม็ดกันกระแทก หรือว่าพลาสติกบับเบิลห่อในสมัยก่อน เราออกกำลังกายได้ด้วยการเดิน เราเลยไม่ต้องไปเข้ายิมเพื่อเดินบนลู่วิ่งไฟฟ้า แต่... เธอก็พูดถูกนะ เราไม่เคยจะคิดเรื่องอนุรักษ์หรอกเวลาที่เรากระหาย.. เราดื่มน้ำจากบ่อ หรือน้ำตกโดยใช้กระบวยไม้ แทนที่จะใช้ถ้วยพลาสติก ขวดพลาสติกทุกครั้งที่ดื่มเราเติมปากกาด้วยหมึกแทนที่จะไปซื้อด้ามใหม่ใช้ เราเปลี่ยนเฉพาะใบมีดโกน แทนที่จะทิ้งไปทั้งอันเพียงเพราะใบมีดมันหมดคมแล้ว แต่... เราไม่เคยจะคิดเรื่องอนุรักษ์หรอกในสมัยก่อน ชาวบ้านใช้รถเมล์หรือรถสาธารณะ เด็กๆ ก็ขี่จักรยาน หรือไม่ก็เดินไปโรงเรียน แทนที่จะให้คุณพ่อคุณแม่ขับรถไปส่งที่ห้องในบ้านของเรา มีเต้าปลั๊กไฟอยู่เพียงจุดเดียว ไม่ได้มีช่องเสียบไฟมากมายสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนเป็นโหลๆ รวมทั้งชาร์จโทรศัพท์มือถืออยู่บนหัวเตียง สมัยนั้นกว่าจะขอโทรศัพท์บ้านได้ ใช้เวลานับปีและเราก็ไม่ได้มีแกดเจ็ท ที่ใช้รับสัญญาณดาวเทียมที่ลอยอยู่ห่างไกลออกไปนอกโลกถึง 37,000 กิโลเมตร เพื่อจะบอกกับเราว่า ร้านอาหารแถวบ้านของเรา..ตั้งอยู่ตรงจุดไหนแต่มันก็น่าเศร้าใช่ไหมล่ะ ที่คนสมัยนี้เอาแต่โทษว่าคนในยุคของเรานั้น..ใช้โลกสิ้นเปลือง เพียงแค่เพราะว่าเราไม่เคยคิดเรื่องการอนุรักษ์กันเลย ...ในยุคนั้น..

ข่าวล่าสุด