นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการเป็นประธานพิธีรับมอบเกียรติบัตรโรงพยาบาลว่ามีโรงพยาบาล 166 โรงพยาบาล 57 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 46ของโรงพยาบาลเอกชนทั้งประเทศ ที่ได้รับเกียรติบัตร ซึ่งเป็นผลจากการที่กระทรวงพาณิชย์ได้รับเรื่องร้องเรียนเรื่องค่ารักษาพยาบาลแต่ยังไม่มีหน่วยงานรัฐที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง และประชาชนยังไม่มีการเข้าถึงข้อมูลราคายาและการรักษาพยาบาลอย่างเพียงพอจึงเป็นที่มาของการกำหนดเกณฑ์ที่ให้รพเอกชนต้องแจ้งราคายา และค่าบริการอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเริ่มต้นกระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปดูแลเรื่องยาก่อนและจะดำเนินการเรื่องเวชภัณฑ์และค่าบริการรักษาพยาบาลต่อไป และจากระเบียบข้างต้นผู้ประกอบการสถานพยาบาลต้องให้ข้อมูลราคายาผ่าน Qr code เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้ใช้บริการในการเปรียบเทียบราคา และสถานพยาบาลต้องแจ้งผลการวินิจฉัยเบื้องต้นรวมทั้งค่าบริการ ก่อนการรักษาจริงและสถานพยาบาลต้องออกใบสั่งยาให้ผู้ใช้บริการสามารถตัดสินว่าจะซื้อยาจากสถานพยาบาลหรือจากภายนอก ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อร้องเรียนสามารถติดต่อกรมการค้าภายในได้ที่สายด่วน 1569เพื่อกรมการค้าภายในจะได้ดำเนินการตามอำนาจและข้อกฎหมายต่อไป
"โรงพยาบาลทั้งหมดที่ได้รับเกียรติบัตรนี้ถือเป็นโรงพยาบาลคุณธรรมที่จำหน่ายยาที่ราคาเป็นธรรม ซึ่งผมหวังว่าโรงพยาบาลทุกแห่งนอกจากจะจำหน่ายยาในราคาที่เป็นธรรมแล้ว ยังต้องรวมถึงเวชภัณฑ์และค่าบริการรวมทั้งต้องรักษาและยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลตามหลักการขององค์การอนามัยโลกด้วย" นายจุรินทร์ กล่าว
รายงานระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติหรือ Medical Hub เพื่อยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชนรวมไปถึงการมุ่งสู่ การเป็นศูนย์กลางสุขภาพในระดับสากลและสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการเป็นผู้นำด้านสถานพยาบาลและไม่เพียงแค่เรื่องมาตรฐานการรักษาพยาบาลเท่านั้น แต่ยังต้องมีความโปร่งใสและเป็นธรรมในด้านราคายา เวชภัณฑ์ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์และบริการอื่นของสถานพยาบาลด้วย ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากลขององค์การอนามัยโลก (WHO)ที่สนับสนุนสมาชิกและติดตามผลของความโปร่งใสต่อราคาและการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์รวมทั้งผลของราคาที่แตกต่างกันโดยมีเป้าหมายให้ประชาชนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์มากขึ้นและเพื่อให้สิทธิผู้บริโภครับรู้ราคายาที่แท้จริง
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากภาคประชาชนเกี่ยวกับปัญหาค่ายาและค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนสูงเกินจริงอย่างต่อเนื่องและไม่มีหน่วยงานเข้าไปกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมประกอบกับประชาชนส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงข้อมูลราคายาทำให้ขาดข้อมูลประกอบการตัดสินเข้ารับการรักษา ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายใน จึงมีภารกิจในการกำกับดูแลราคาสินค้าและบริการภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 เพื่อสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ นายจุรินทร์เข้าทำหน้าที่เมื่อ 4 เดือนก่อนหน้านี้จึงได้มอบนโยบายการดำเนินการกำกับดูแลสร้างความโปร่งใส เป็นธรรม สร้างมาตรฐานการับรู้ราคายาค่าบริการ ค่ารักษาให้แก่ประชาชน กำกับการใช้กฎหมายที่กำหนดให้เป็นสินค้าควบคุมยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ ภายใต้ พ.ร.บ. ว่าด้ายราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ออกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ฉบับที่ 87/2562เรื่อง การแจ้งราคา การกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขเกี่ยวกับการจำหน่ายยารักษาโรคเวชภัณฑ์ ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาลมีผลใช้บังคับ 5 กรกฎาคม 2562 ซึ่งกำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนปฏิบัติดังนี้แจ้งข้อมูลราคาซื้อและราคาจำหน่ายยา เวชภัณฑ์ และค่าบริการรักษาพยาบาลบริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ติดตั้ง QRCode แสดงการเปรียบเทียบราคายาณ โรงพยาบาลเอกชน ปัจจุบันมียอดการเข้าใช้ระบบจำนวน 189,826 ครั้งวินิจฉัยและประเมินค่ารักษาให้ผู้ป่วยทราบทุกครั้งออกใบสั่งยาให้กับผู้ป่วยนอกให้ผู้ป่วยทราบล่วงหน้าทุกครั้งเพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนสามารถซื้อยาที่ร้านขายยาได้
ทั้งนี้เพื่อสร้างเป็นธรรมกรมการค้าภายในได้ดำเนินการต่างๆ ควบคู่ไปกับมาตรการเพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม เช่น การจัดตั้งศูนย์รับแจ้งความคดี ยาเวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์ สร้างความโปร่งใสได้จัดทำระบบค้นหาและเปรียบเทียบราคายาในโรงพยาบาลและการการจัดกลุ่มโรงพยาบาลคุณธรรม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลราคายาและโรงพยาบาลเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนโดยกรมฯได้นำข้อมูลราคายาจากโรงพยาบาลเอกชนทั้งหมด 350 แห่งมาประมวลผลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด คือจำนวนรายการยาที่โรงพยาบาลนั้นจำหน่ายสูงกว่าราคาเฉลี่ยไม่เกินร้อยละ 50ของรายการยาที่แจ้ง ส่วนต่างราคาจำหน่ายยาที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยต้องไม่เกินร้อยละ100 และในช่วงระยะเวลา 1 ปี โรงพยาบาลนั้นไม่เคยมีเรื่องร้องเรียน และสายด่วน 1569คือที่ประชาชนสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้
และเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้โรงพยาบาลเอกชนมีนโยบายการคิดราคาและค่าบริการโปร่งใส เป็นธรรมเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนและเป็นข้อมูลในการตัดสินใจก่อนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนโรงพยาบาลที่เข้ารับเกียรติบัตรโรงพยาบาลคุณธรรมจำนวนโรงพยาบาลที่เข้ารับเกียรติบัตรโรงพยาบาลคุณธรรม 166 แห่งแบ่งตามภาคได้ดังนี้ คือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวนโรงพยาบาล 72 ราย 6 จังหวัดได้แก่ กรุงเทพมหานคร 47 ราย สมุทรสาคร 7 ราย นนทบุรี ปทุมธานี จังหวัดละ 6 รายสมุทรปราการ 5 ราย และ นครปฐม 1 ราย
ภาคกลาง จำนวนโรงพยาบาล 31 ราย 14 จังหวัดได้แก่ พระนครศรีอยุธยา 5 ราย พิจิตร 4 ราย พิษณุโลก นครสวรรค์ สุโขทัยจังหวัดละ 3 ราย สระบุรี เพชรบูรณ์ ลพบุรี สุพรรณบุรี จังหวัดละ 2 รายสมุทรสงคราม อ่างทอง กำแพงเพชร ชัยนาท สิงห์บุรี จังหวัดละ 1 ราย ,ภาคตะวันตก จำนวนโรงพยาบาล 10 ราย 4 จังหวัดได้แก่ ราชบุรี 5 ราย กาญจนบุรี ตาก จังหวัดละ 2 ราย เพชรบุรี 1 ราย,ภาคตะวันออก จำนวนโรงพยาบาล 6 ราย 4 จังหวัดได้แก่ ชลบุรี ระยอง จังหวัดละ 2 ราย จันทบุรี ปราจีนบุรี จังหวัดละ 1 ราย,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวนโรงพยาบาล 23ราย 14 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา 5 ราย กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ ยโสธร ร้อยเอ็ดอุบลราชธานี จังหวัดละ2 ราย ชัยภูมิ มหาสารคาม มุกดาหาร ศรีษะเกษ สุรินทร์ หนองคายหนองบัวลำภู อุดรธานี จังหวัดละ 1 ราย,ภาคใต้ จำนวนโรงพยาบาล 14 ราย 9 จังหวัดได้แก่ นครศรีธรรมราช 3 ราย กระบี่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี จังหวัดละ 2 ราย ตรังพัทลุง ภูเก็ต ระนอง สงขลา จังหวัดละ 1 ราย
ภาคเหนือ จำนวนโรงพยาบาล 10 ราย 6 จังหวัด ได้แก่เชียงใหม่ 4 ราย เชียงราย 2 ราย พะเยา แพร่ ลำพูน อุตรดิตถ์ จังหวัดละ 1 รายและขณะนี้มีโรงพยาบาลแจ้งเข้ารับเกียรติบัตรจากกระทรวงพาณิชย์วันนี้ จำนวน 137 ราย57 จังหวัด