ผู้อ่านลองนึกภาพตาม / นายสมคิด ถูกจับเมื่อปี 48 หลังก่อคดีฆ่าผู้หญิงต่อเนื่องถึง 5 ศพ ในเวลาไล่เลี่ยกัน / จากนั้นนายสมคิดก็ไม่ได้ประกันตัว และติดคุกระหว่างพิจารณาคดีเรื่องมา กระทั่งคดีสุดท้ายพิพากษาปี 55 / จึงเริ่มติดคุกตามคำพิพากษา / แต่จำนวนวันที่ติดคุก นับย้อนไปตั้งแต่ปี 48 ทำให้ตอนนั้นติดมาแล้ว 7 ปี / ฉะนั้นเมื่อนายสมคิด ติดคุกจริงแค่ 14 ปี / เท่ากับว่าหลังมีคำพิพากษาคดีสุดท้าย ซึ่งยังเป็นข่าวใหญ่ในหน้าสื่อทั่วไป / นายสมคิดติดคุกต่อมาอีกแค่ 7 ปีเท่านั้นเอง ก็ได้รับการปล่อยตัว / ทำให้ล่าสุดสังคมตั้งคำถามกันมาเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การลดโทษ ว่านี่คือลดหรือแจกกันแน่
การพิจารณาลดโทษในกระบวนการยุติธรรมไทยมีอยู่ 2 ส่วนด้วยกัน คือ
หนึ่ง การพิจารณาของศาล ซึ่งมีช่องทางในการลดโทษตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย เช่น จำเลยยอมรับสารภาพโดยไม่จำนนต่อหลักฐาน / จำเลยเป็นเยาวชน / จำเลยบันดาลโทสะ หรือสำคัญผิดในข้อเท็จจริง / ซึ่งหากไม่เข้าหลักเกณฑ์เหล่านี้ ศาลก็จะไม่สามารถใชัดุลพินิจลดโทษได้ / แบบนี้เรียกว่าลดโทษโดยคำพิพากษาของศาล
ส่วนที่สอง คือ การพิจารณาของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นกระบวนการหลังมีคำพิพากษาของศาลแล้ว
จากการตรวจสอบพบว่า หลักเกณฑ์การลดโทษหลังมีคำพิพากษาถึงที่สุด / นอกเหนือจากการอภัยโทษหรือลดโทษในวาระสำคัญๆ ของบ้านเมืองแล้ว ยังมีเกณฑ์การลดโทษที่พิจารณาโดยคณะกรรมการของเรือนจำและกรมราชทัณฑ์อีกด้วย ได้แก่