จากนั้นนายนิพนธ์ ได้กล่าวสรุปผลการดำเนินการโครงการประชุมวิชาการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนนเพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน ว่า จากสภาพสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ตามเส้นทางต่างๆ ของประเทศไทย พบว่า ถนนในประเทศไทยทั้งหมด มีระยะทางประมาณ 452,238 กิโลเมตร แบ่งเป็นถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของกรมทางหลวงประมาณ 51,813 กิโลเมตร กรมทางหลวงชนบท 47,960 กิโลเมตร และถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ทุกระดับประมาณ 352,465กิโลเมตร โดยจากการสำรวจข้อมูลอุบัติเหตุของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีพบว่าอุบัติเหตุทางถนนส่วนใหญ่เกิดบนถนนของ อปท.สูงถึงร้อยละ 82ของการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมด และมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนบน ถนนของอปท.ถึงร้อยละ 85 ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนทั้งหมด เป็นที่มาในการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับท้องถิ่น จำนวน 3 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)องค์การบริหารส่วนจังหวัด ฉบับที่ 5(พ.ศ. 2562) พ.ร.บ.เทศบาล ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2562) และพ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2562) มาตรา 19กำหนดให้องค์การบริหารส่วนตำบล/เทศบาล รักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยการดูแลการจราจร และส่งเสริม สนับสนุน หน่วยงานอื่นในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว
โดยท้องที่และท้องถิ่นจะต้องดำเนินการหนุนเสริมกันและเชื่อมโยงการดำเนินงานควบคู่กันไปอย่างเป็นระบบ ศปถ.อำเภอ ต้องมีบทบาทในการดูแลความปลอดภัยบนท้องถนนมากขึ้นโดยแต่ละอำเภอซึ่งรับผิดชอบแต่ละท้องถิ่นต้องมีการสำรวจ ปิดจุดเสี่ยงด้านกายภาพบนท้องถนน เช่น หลุมถนนไฟส่องสว่าง การปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณสองข้างทางที่บดบังทัศนวิสัยให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องให้ความสำ คัญกับการดูแลเรื่องวิศวกรรมจราจรและความปลอดภัยของถนนในพื้นที่มากขึ้น หน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เรื่อง ความปลอดภัยทางถนนที่หลากหลายรูปแบบ ผ่านทุกช่องทางอย่างเข้มข้น จริงจัง ต่อเนื่อง รวมทั้งขอให้ติดป้ายรณรงค์สร้างจิตสำนึกในบริเวณที่เกิด อุบัติเหตุทางถนน หรือบริเวณที่เห็นชัดเจนให้ครอบคลุมทุกตำบลทั้งนี้ การพัฒนาความปลอดภัยทางถนนไปสู่ความยั่งยืนได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือและการประสานงานจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมเพื่อขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่องโดยมุ่งหวังให้พื้นที่ในระดับตำบลสามารถลดผู้เสียชีวิตลงได้อย่างน้อย 1 รายจะมีผลทำให้ภาพรวมของประเทศมีสถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนลดลงได้อย่างเป็นรูปธรรม