การไต่สวน ซึ่งเป็นการรับฟังข้อมูลด้วยวาจาจากทั้งสองฝ่าย จะดำเนินไปจนถึงวันพฤหัสบดี งานนี้ฝ่ายแกมเบีย เลือกนาวี พิลเลย์ อดีตข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติชาวแอฟริกาใต้มาเป็นผู้พิพากษาสมทบ ส่วนเมียนมาร์เลือกคลอส เครสส์ ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายระหว่างประเทศชาวเยอรมนีมาเป็นผู้พิพากษาสมทบ
ในการเข้าให้ข้อมูลเมื่อวาน ซึ่งเป็นคิวของแกมเบีย ฟิลิป แซนด์ นักกฎหมายสิทธิมนุษยชนของฝ่ายแกมเบีย ได้วิจารณ์นางซูจี หัวหน้าทีมฝ่ายเมียนมาร์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศและที่ปรึกษาแห่งรัฐ ว่าเธอไม่ได้ใช้ "ตำแหน่งทางพฤตินัยในฐานะหัวหน้ารัฐบาล หรืออำนาจทางศีลธรรมที่มีอยู่ของเธอในการขัดขวาง หรือป้องกันเหตุการณ์ที่เกิดชึ้น หรือแสวงหาหนทางอื่นในการปกป้องพลเรือน หรือแม้กระทั่งจะออกมาเปิดเผยและประณามสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งได้หยิบยกข้อมูลรายละเอียดเรื่องการสังหารชาวโรฮิงญา รวมถึงเด็กและผู้หญิง การกระทำรุนแรงทางเพศ และการทำลายบ้านเรือนประชาชนจำนวนมาก มานำเสนอต่อศาลในส่วนของนางซูจี ไม่ให้ความเห็นใด ๆ ตอนเดินทางเข้าศาลที่กรุงเฮก ของเนเธอร์แลนด์ และเธอจะให้การปกป้องผลประโยชน์ของชาติในวันนี้ ซึ่งเป็นคิวของเมียนมาร์ ในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศ