รายการ "เรื่องลับมาก (NO CENSOR)" ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.55 - 14.50 น. ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 วันนี้ (29 พ.ย.) พิธีกรสาว "ดร.บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" ได้เปิดใจสัมภาษณ์ แพะฉกเพชร "คุณพิสิษฐ์" มาพร้อม "น้อย ดารีวรรณ" ภรรยา โดยมาพร้อม "ทนายปิยณัฐ สุกยัง" เพื่อพูดคุยในประเด็นดังกล่าว
ถูกจับได้ยังไง?
พิสิษฐ์ : "ผมนึ่งข้าวเหนียวอยู่ที่บ้านตอนเช้า ประมาณเก้าโมง กำลังเอาฟืนใส่เตา พอดีมีผู้ชายมาถามผม ชื่อเก่าผมชื่อรังสิต แล้วเขาก็มาล็อกตัวผมขึ้นรถ บอกว่าเป็นตร. เขาใส่ชุดธรรมดานี่แหละ เอาหมายจับให้ผมดู ผมก็อ้าว มีหมายจับด้วยเหรอ สักพักเอาเสื้อผมปิดหน้า ให้คว่ำอยู่ในรถ เอาเข็มขัดล็อกที่ขา ผมถามว่าผมผิดอะไร ผมเห็นหมายจับแต่ไม่ได้อ่าน ผมก็ตกใจ"
วันที่โดนจับ?
พิสิษฐ์ : "วันที่ 16 ก.พ. 60 เขาปิดหน้าปิดตาผม แล้วพาไปรีสอร์ต อุ้มขึ้นรีสอร์ต ก็ถามว่าจับผมเรื่องอะไร เขาบอกว่าผมไปขโมยเพชรเขา มึงเอาเพชรไปไว้ไหน ผมบอกว่าผมไม่ได้ทำ ผมอยู่นครพนมตลอด ผมไม่รู้เรื่องเลย ผมก็ถามเขาว่าเหตุเกิดที่ไหน เขาบอกเหตุเกิดที่กรุงเทพฯ ซึ่งผมไม่ได้เข้ากรุงเทพฯ มาหลายปีแล้ว เขาก็ไม่ฟัง เขาบอกถ้าบอกกู กูจะปล่อย ผมก็บอกว่าอยากเจอเจ้าของเพชร อยากคุยกับเจ้าของเพชร สักพักก็ยื่นโทรศัพท์มาให้คุยกับผม วิดีโอคอล คนที่ไปชี้ตัวผมนี่แหละ ผมถามว่าคุณนาย ผมไม่เคยรู้จักคุณนายเลย ผมจะไปขโมยเพชรคุณนายได้ยังไง เขาก็บอกว่ามึงเอาเพชรกูไปทำไม"
เขาพาพี่ไปไหนต่อ?
พิสิษฐ์ : "เขาก็เค้นผมเรื่องเพชรต่อ ตั้งนานพาไปอีกรีสอร์ต ผมถามว่าเพชรมูลค่าเท่าไหร่ เขาบอกเกือบๆ 20 ล้าน ผมก็ถามว่าทำไมไม่เป็นข่าว ไม่รู้เรื่องเลย เขาบอกเจ้าของเพชรให้ตามสืบลับๆ ก่อนเขาพาไป ผมบอกว่าผมอยากเจอภรรยา สักพักเขาก็พาภรรยามาหา ช่วงบ่ายก็พาไปอีกรีสอร์ต สักพักก็พาเข้าสถานีตำรวจนครพนม เขาทำพิมพ์ลายนิ้วมือ ลงบันทึกการจับกุม ผมบอกว่าผมไม่ได้ทำนะ เขาบอกให้เซ็นๆ ไป ตอนนั้นก็ตกใจ แล้วเขาก็ส่งมาที่สน. สูงเนินที่เป็นคดีฉ้อโกงที่สูงเนิน"
แล้วทำไมมีคดีฉ้อโกงอีกคดี?
พิสิษฐ์ : "อันนี้ผมก็ไม่รู้ พอมาสูงเนิน ตร.ก็ถามว่าผมเคยมาสูงเนินมั้ย ผมว่าตั้งแต่เกิดไม่เคยมาเลย เจ้าของคดีก็ไปเรียกผู้เสียหายคดีฉ้อโกงมาดูตัวผม เขาบอกว่าไม่ใช่ ตร.ก็บอกว่าน่าจะจบแล้ว ให้กลับบ้าน ก็ดีใจคิดว่าได้กลับบ้าน พออีกสักพักมีผู้หญิงที่บอกว่าเพชรหายมาดูอีกที"
เจอพอหน้าคุณนาย?
พิสิษฐ์ : "ผมก็พูดมาจากห้องขังว่าคุณนาย ผมไม่เคยรู้จักคุณนายเลย ผมขายข้าวเหนียวส้มตำอยู่นครพนม จะไปขโมยเพชรอะไร ผมพูดไปก็ร้องไห้ไป ช่วงนั้นกลัวมาก แล้วเขาก็ออกไป พอออกไปเขาก็ทำเรื่องส่งตัวมาที่สน.บางเสาธง แล้วก็ส่งเข้าเรือนจำ"
วันที่เดินเข้าเรือนจำ รู้สึกยังไง?
พิสิษฐ์ : "ผมคิดว่าผมตายตั้งแต่วันเขาจับแล้ว ผมคิดว่ายังไงผมก็ไม่รอด ผมจะไม่เห็นหน้าลูกหน้าเมียอีก เพราะเขาขู่เรื่องเพชร ตายแน่กู มันตกใจและกลัวมาก ทำไมชีวิตต้องมาเจออะไรแบบนี้ ใครมาใส่ร้ายเราขนาดนี้ เราไปทำอะไรให้เขา ผมไม่เคยคิดทำร้ายใคร"
พี่น้อย ใครไปบอกพี่ว่าสามีถูกจับ?
น้อย : "ไม่มีใครบอกค่ะ เพราะตอนเขาโดนจับออกไปจ่ายค่าไฟ ตอนกลับมาก็มีผู้ชายคนนึงมานั่งรออยู่ ก็งงว่านั่งรออยู่นาน ก็ถามว่าเป็นใคร ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ ก็ถามว่าพี่เขาไปไหน เขาบอกไม่ได้ไปไหนหรอก ไปนั่งรถกับนาย สักพักเขาบอกว่าเธออยากเจอเขาหรือเปล่า จะเจอเขามั้ย เขาก็พาไปที่รีสอร์ตที่เอาตัวไว้ ตอนแรกเขาบอกจะพาไปโรงพักก่อน เดินขึ้นรถปุ๊บเขาก็ยึดโทรศัพท์เลย บอกจะพาไปเจอแฟนที่โรงพัก แต่โรงพักต้องไปทางริมโขง แต่นี่พาไปคนละทางเลย ออกนอกเมือง ตอนเห็นเขา เราก็สงสัยว่าทำไม เขาบอกว่าอยู่ด้วยกันไม่รู้เหรอเขาไปทำอะไร เราบอกว่าอยู่ด้วยักน เขาไม่ได้ทำอะไรเลย"
ภาพแรกเห็นสามี?
น้อย : "หน้าซีด เขาให้เห็นไกลนะคะ เขาก็บอกว่ากำลังจะยอมรับนะ ไปขโมยเพชรมา"
วินาทีนั้นเชื่อหรือไม่เชื่อ?
น้อย : "ไม่เชื่ออยู่แล้ว เพราะเราอยู่ด้วยกันตลอด เป็นไปไม่ได้"
ช่วงแรกเราไม่สามารถหาพยานมายืนยันตัวเราได้เลยเหรอ?
พิสิษฐ์ : "ช่วงแรกตกใจ ทำอะไรไม่ถูก มานั่งคิดว่าวันที่เพชรหายผมอยู่ไหน สองสามวันก็เข้าเรือนจำ ก็ให้แฟนหาหลักฐานช่วงที่เราอยู่ข้างใน มานั่งคิดว่าวันที่ 26 27 เราไปหาหมอที่คลินิก วันที่ 28 เราปวดท้องอยู่ ให้หมอมาฉีดยาที่บ้าน ตรงกับวันที่เพชรเขาหาย ก็ไล่หาว่าวันนั้นคุยกับใครบ้าง ให้แฟนไปหาพยาน"
ช่วงวิ่งเต้น ลำบากพอสมควร?
พิสิษฐ์ : "ลำบากมาก อยู่ในคุก 7 เดือนกับ 10 วัน"
น้อย : "เราไม่ได้ทำงานเลย ค่าใช้จ่ายมีทุกวัน ก็เยอะพอสมควร"
พิสิษฐ์ : "ประมาณ 5-6 แสน ชีวิตในคุกก็ลำบาก นอนขาไขว้กัน จะกินอาบน้ำคนมันเยอะต้องแย่งกัน ถ้าเราไม่ผิด เราไปอยู่ข้างใน จิตใจเราก็ว้าวุ่น ทำไมมาเจอสภาพแบบนี้"
จิตใจพี่น้อยเป็นยังไง?
น้อย : "ทุกข์ทุกอย่าง เพราะเรามีลูกอยู่ที่บ้าน ต้องไปยืมตังค์ในการเดินทาง"