นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 14-18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมากรมฯ ได้จัดคณะผู้แทนการค้าร่วมกับภาคเอกชนและนักวิชาการด้านอาหารสัตว์เดินทางเยือนสาธารณรัฐตุรกีเพื่อจัดกิจกรรมขยายตลาดมันสำปะหลังสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพซึ่งมีการเจรจาธุรกิจและให้ความรู้เกี่ยวกับคุณประโยชน์ของมันสำปะหลังที่แตกต่างจากธัญพืชทดแทนอื่นๆเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในสูตรอาหารสัตว์ตลอดจนแนะนำสินค้ามันอัดเม็ดซึ่งมีคุณภาพสูงกว่ากากมันอัดเม็ดที่ปัจจุบันตุรกีนิยมนำเข้าจากไทยในขณะนี้รวมถึงการลงนามเอ็มโอยูซื้อขายมันสำปะหลังระหว่างผู้ส่งออกไทยกับผู้นำเข้าตุรกีโดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์)เป็นประธาน ซึ่งเกิดการจับคู่ธุรกิจทันทีจำนวน 3 คู่ ปริมาณรวม 150,000 ตันมูลค่ารวมกว่า 690 ล้านบาท
นายกีรติ กล่าวว่าปัจจุบันอุปทานมันสำปะหลังของทั้งอาเซียนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลัง(Cassava.Mosaic.Disease: CMD) ขณะที่ตลาดโลกมีแนวโน้มความต้องการมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบมากขึ้นจึงคาดว่าในปี 2563 ราคามันสำปะหลังของไทยทั้งระบบจะอยู่ในระดับดีโดยช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2562 ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังรวม 5.27 ล้านตันมูลค่า 2,039ล้านเหรียญสหรัฐฯ ปริมาณและมูลค่าลดลงร้อยละ 17 และ 12จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ที่มีปริมาณการส่งออกรวม 6.36 ล้านตัน มูลค่า 2,317 ล้านเหรียญสหรัฐฯ