เมื่อถามว่าการลงมติดังกล่าวได้มีการยกเลิกมติเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ก่อนหรือไม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ไม่มี เพราะมติวันนี้ระบุให้มีการเลื่อน แต่มติเมื่อวันที่ 22 ต.ค. มีมติให้แบนทันที ซึ่งเรามองว่ามันอาจจะมีปัญหากับประชาชน ทั้งนี้ในส่วนของสารไกลโฟเซตทั่วโลก 161 ประเทศให้ใช้ มีเพียงแค่ 5 ประเทศที่ไม่ให้ใช้ ดังนั้นหากเราจะไปแบนทันทีมันจะสมเหตุสมผลหรือไม่ ซึ่งประเทศสหรัฐอเมริกาเองและหลายประเทศก็ใช้ ทั้งนี้ผลกระทบจากการแบนทั้ง 3 สารก็จะเกิดขึ้น เช่น ถั่วเหลือง ข้าวสาลี ที่เรานำเข้าจากสหรัฐอเมริกาก็จะต้องยกเลิก เพราะมันอาจจะมีสารดังกล่าวตกค้างอยู่ ทั้งนี้เมื่อคณะกรรมการทุกคนฟังเหตุผลทั้งหมดแล้ว ที่ประชุมจึงมีมติเอกฉันท์โดยที่ไม่มีการโหวต เพราะทุกคนถามที่ประชุมแล้วว่าเห็นด้วยหรือไม่ หากใครไม่เห็นด้วยก็ต้องแสดงตนและบอกขึ้นมาได้ จึงไม่มีการนับเสียง ในเมื่อที่ประชุมเห็นด้วยแบบนี้จึงไม่จำเป็นต้องมีการนับเสียง ซึ่งหลังจากนี้จะมีมาตรการโดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ดูแล
เมื่อถามว่า เรื่องดังกล่าวจะทำให้มีปัญหากับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า คงไม่มีปัญหา ถ้ารับฟังด้วยเหตุและผล ถ้าเราเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ส่วนจะมีการพูดคุยกับแกนนำหรือหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยโดยตรงหรือไม่นั้น ส่วนตัวคงไม่มีอะไร เพราะเมื่อตะกี้ก็ยังเจอกัน แต่ก็ไม่มีอะไร
เมื่อถามว่ามติที่เกิดขึ้นมีการวิจารณ์ว่าเป็นการเอื้อให้นายทุน นายสุริยะ กล่าวว่า เป็นการเอื้อกับนายทุนคนไหน เพราะในที่ประชุมประเด็นนี้คงไม่มีการเอื้อให้ใคร ส่วนได้มีการพูดคุยกับนายชาดา และน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ตนก็ทำหน้าที่ในรูปแบบคณะกรรมการ ตนเป็นประธานก็มีแค่เพียง 1 เสียง ส่วนทางกระทรวงเกษตรฯ ก็มีปลัดกระทรวงเกษตรฯ เข้ามาร่วมประชุมด้วย ซึ่งทางปลัดกระทรวงเกษตรฯ เองก็มีการเสนอให้กลับไปใช้ตามมติเดิมคือการจำกัดการใช้
เมื่อถามว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ เพราะมีการพูดคุยกันมานานแล้ว แต่สุดท้ายมาแหกโค้ง นายสุริยะ ย้อนถามว่า "ใครคุยกันตั้งนานครับ"