เนชั่นทีวี

ข่าว

ครอบครัวญาติสองฝ่ายรับศพ อยากให้เป็นคดีสุดท้ายในศาล

13 พ.ย. 2562 | maliwan

ครอบครัวญาติสองฝ่ายรับศพ อยากให้เป็นคดีสุดท้ายในศาล

ครอบครัวญาติสองฝ่ายรับศพ อดีตเมียมือยิงเชื่อเครียดสะสม-ไม่ได้รับความเป็นธรรม เสียใจสูญเสีย แทนที่จะใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุข แจงอยากให้รื้อคดีใหม่ทั้งหมด ขอโทษฝ่ายทนายที่เสียชีวิต ขณะที่พ่อทนายความ อยากให้เป็นคดีสุดท้ายที่เกิดในศาล ไม่คิดจองเวรจองกรรม

ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เมื่อเวลา 10.00น. วันวันที่ 13พ.ย. ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุยิงกันในศาลจังหวัดจันทบุรี ทั้ง2ฝ่าย ทั้งพล.ต.ต.ธานินทร์ จันทราทิพย์ อดีตรองจเรตำรวจ ผู้ก่อเหตุ และ พ่อ แม่ ญาติของคู่กรณีที่ถูกยิง คือ นายบัญชา ปรมีคณาภรณ์ และ นายวิจัย สุขรมย์ ทนายความ เดินทางมารอรับศพทั้ง 3 ราย โดย นางเขมจิรา บัณฑูรนิพิท ทายาท 1ใน 6คน ของนายสมพล โกศลานันท์ เจ้าของที่ดินที่เสียชีวิตไปแล้ว และ เป็นอดีตภรรยาของ พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ อายุ 67 ปี อดีตรองจเรตำรวจผู้ก่อเหตุยิงฝ่ายโจทก์ พร้อมลูกสาว และทนายความหญิง ได้เดินทางมารับศพอดีตสามี
โดยนาง เขมจิรา เปิดใจว่า สาเหตุที่อดีตสามีลงมือก่อเหตุ เพราะถูกกดดันเกิดจากความเครียดสะสม ไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างสูง และยังถูกทางฝ่ายโจทก์ ไปร้องเรียนจะถอดยศว่าเอาเวลาราชการมาทำคดี และ ที่ผ่านมาเวลาขึ้นศาลมีการโต้เถียงกันบ่อยครั้ง เคยส่งนิ้วกลางในห้องศาล ฝ่ายโจทก์ยังมีการท้าตบกับทนายหญิงฝ่ายจำเลยหน้าศาล ทะเลาะกันหลายครั้ง ส่วนตัวได้เลิกรากับ พล.ต.ต.ธารินทร์มา 4ปีแล้ว จึงรู้สึกเสียใจที่ต้องสูญเสีย และไม่อยากให้อดีตสามีตายฟรี

ครอบครัวญาติสองฝ่ายรับศพ อยากให้เป็นคดีสุดท้ายในศาล


นางเขมมิกา ระบุว่า ปมปัญหา คือ การแถลงเท็จปกปิดทายาท โกศลานันท์ ว่ามี3คน แต่ในความเป็นจริงมี6 คน โดยทางฝ่ายโจทก์ อ้างว่า ซื่อที่ดินจ่ายครบ 14 ล้าน ตั้งแต่ปี2550แล้วไม่โอน จึงมาทวงทายาท และ เกิดการการฟ้องร้องกัน แต่โจทก์ไม่มีสัญญาซื้อขาย ไม่มี นส.3 คือ กระดุมเม็ดแรกที่ปกปิดปัญหาฟ้องเท็จ นายสมพล ขายที่ดิน ให้กับนายบุญช่วย แล้ว จากการบอกเล่า โดยมารดา ที่ดินดังกล่าว ขายให้พระที่วัด เป็นการทำบุญเรี่ยไรเงินทำบุญมาซื้อ จำนวน4พันไร่ ไร่ละ3,000บาท จำนวน12ล้าน ในปี2515 โดยผ่อนชำระ แต่ชำระกัน ไม่หมด ค้างชำระ 2.5ล้าน จึงตั้งคำถามว่าหากซื้อขาย และ โอนแล้ว ทำไม่มีมีเอกสารการโอน เป็นไปได้หรือไม่ ซื้อที่ดินแต่ไม่โอน การต่อสู้คดีเป็นเรียกร้องความเป็นความเป็นธรรม และต้องการทำตามศรัทธา ของญาติโยม ที่ทวงคืนที่ดินให้กลับสู่สมบัติของพระพุทธศาสนา

นางเขมมิกา บอกว่า หลังจากนี้จะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่ส่วนตัวอยากให้รื้อคดีทำคดีใหม่ทั้งหมด เพราะต้นตอปัญหา มาจากการฟ้องเท็จ (นส.3) เอกสารที่ดิน4พันไร่หาย แต่ไม่เคยแจ้งความ ซ้ำยังปกปิดทายาท โดยเจตนาของอดีตสามีที่ต้องมาเสียชีวิต เพราะเป็นคนรักความยุติธรรม เห็นว่าเป็นที่ดินของพุทธศาสนา จึงต้องการเข้ามาช่วย และ ขอให้พิสูจน์ความจริง
นางเขมิกา ยังขอโทษฝ่ายทนายที่เสียชีวิต ส่วนตัวไม่อยากเกิดความรุนแรงแบบนี้ แต่ที่ผ่านมาการขึ้นศาลก็โต้เถียงกันบ่อย พร้อมเรียกร้องให้มูลนิธิ ร่วมกันพิสูจน์ความจริงเพื่อนำที่ดินคืน พระพุทธศาสนา และ อยากให้คดีนี้เป็คดีตัวอย่าง เมื่อมีหลักฐานราชการปรากฏก็ควรจะให้ความเป็นธรรม หลักฐานที่ได้คือ หลักฐานการเสียภาษี หลักฐานการบริจาค ที่ระบุชัดเจนว่าเป็นชื่อของมูลนิธิ ไม่ใช่ของฝ่ายโจทก์ รวมถึงอยากให้ ติดตามที่ดินชลบุรี 600ไร่ ที่ดินสงขลา300ไร่ นอกเหนือจากที่ดิน 1400ไร่ ว่าหายไปไหนหมด
ทั้งนี้หาก พล.ต.ต.ธารินทร์ รับรู้ ตนอยากจะขอโทษที่ทำให้เขาต้องมาวุ่นวายกับคดีดังกล่าว แทนที่จะได้ใช้ชีวิตบั้นปลายเกษียณกับครอบครัวอย่างมีความสุข

ครอบครัวญาติสองฝ่ายรับศพ อยากให้เป็นคดีสุดท้ายในศาล


ด้านนายสาคร สุขรมย์ พ่อของนายวิจัย สุขรมย์ ผู้เสียชีวิต ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจ ที่ลูกชายซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวต้องมาจบชีวิตลงเพราะอาชีพที่ตัวเองรัก และตั้งใจทำงานมาตลอด 25 ปี อยากให้คดีนี้เป็นเรื่องสุดท้ายที่เกิดขึ้นในศาล ที่มีการพกอาวุธเข้ามาห้ำหั่นกัน พร้อมให้มีการทบทวนเรื่องการรักษาความปลอดภัยในศาล ส่วนยังไม่ได้คุยกับครอบครัวคนยิง หากจะมาขอโทษก็ยินดีรับ แต่ขอโทษแล้วได้อะไร ไม่ทำให้ลูกชายฟื้นกลับมาได้ และไม่ขอจองเวรจองกรรมต่อกันอีก หลังจากนี้จะนำศพไปทำพิธี ที่วัดป่ามัชฉิมวงศ์รัตนาราม จ.อุดรธานี

ข่าวล่าสุด