1. ความต้องการพลังงานไฟฟ้าในช่วงเดือนม.ค. เม.ย. 2563 เท่ากับ 65,724 ล้านหน่วยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดือน ก.ย. ธ.ค. 2562 ที่คาดว่าจะมีความต้องการพลังงานไฟฟ้าเท่ากับ 64,195 ล้านหน่วยหรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.38ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากเข้าสู่ฤดูร้อน
2. สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือนม.ค. เม.ย. 2563ยังคงใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก ร้อยละ 57.71 ถ่านหิน ร้อยละ 17.62 และการซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศร้อยละ 14.75
3. แนวโน้มราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าคาดว่าราคาก๊าซธรรมชาติเท่ากับ 266.69 บาทต่อล้านบีทียู ปรับตัวลดลงจากงวดที่ผ่านมา23.70 บาทต่อล้านบีทียู ราคาถ่านหินนำเข้าเฉลี่ยของโรงไฟฟ้าเอกชนอยู่ที่ 2,471.60 บาทต่อตัน ปรับตัวลดลงจากงวดที่ผ่านมา267.71 บาทต่อตัน ประเภทเชื้อเพลิง หน่วย ก.ย. ธ.ค. 62(ประมาณการ) [1] ม.ค. เม.ย. 63 (ประมาณการ) [2] เปลี่ยนแปลง [2]-[1] - ราคาก๊าซธรรมชาติ ทุกแหล่ง* บาท/ล้านบีทียู 290.39 266.69 -23.70 - ราคาน้ำมันเตา FO 3.5%S บาท/ลิตร 19.53 18.54 -0.99 - ราคาน้ำมันดีเซล บาท/ลิตร 25.18 22.53 -2.65 - ราคาลิกไนต์ (กฟผ.) บาท/ตัน 693.00 693.00 0.00 - ราคาถ่านหินนำเข้าเฉลี่ย (IPPs) บาท/ตัน 2,739.31 2,471.60 -267.71 หมายเหตุ:*ราคาก๊าซฯ รวมค่าผ่านท่อและค่าดำเนินการของโรงไฟฟ้า กฟผ. และโรงไฟฟ้าเอกชน 4. อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยเดือนกันยายนเท่ากับ30.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่ากว่าช่วงที่ประมาณการในงวดเดือน ก.ย.- ธ.ค. 2562 ซึ่งใช้อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยเดือนพฤษภาคม2562 ที่ 31.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ