"สุวิทย์"เตรียมสั่งสังกัด อว.เลิกใช้ 4 ขยะพลาสติก
30 ต.ค. 2562 | khwanriam_kae

"สุวิทย์" รัฐมนตรี อว. ประกาศกร้าวประเทศไทยขยะเป็นศูนย์ในปี 2570 นำร่องหน่วยงานในสังกัดเลิกใช้ 4 ขยะถุง-แก้ว-หลอดพลาสติก-กล่องโฟม พร้อมสนับสนุนทุนวิจัย
ข่าว
30 ต.ค. 2562 | khwanriam_kae

"สุวิทย์" รัฐมนตรี อว. ประกาศกร้าวประเทศไทยขยะเป็นศูนย์ในปี 2570 นำร่องหน่วยงานในสังกัดเลิกใช้ 4 ขยะถุง-แก้ว-หลอดพลาสติก-กล่องโฟม พร้อมสนับสนุนทุนวิจัย
รัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ บอกว่า ปัจจุบันขยะในประเทศไทยยังมีแนวโน้มมากขึ้น โดยเฉพาะขยะมูลฝอยพบว่ามีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลในปีที่ผ่านมา มีปริมาณขยะเกิดขึ้นจำนวนกว่า 27.8 ล้านตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.64 จากปีที่ผ่านมา ในจำนวนขยะทั้งหมด มีการคัดแยกและนำกลับไปใช้ประโยชน์ด้วยการรีไซเคิลและทำปุ๋ยอินทรีย์ เพียง 1 ใน 3 หรือ 9.58 ล้านตันเท่านั้น ส่วนที่เหลือถูกนำไปกำจัดโดยยังเป็นการกำจัดอย่างไม่ถูกต้องสูงถึง 7.36 ล้านตัน จากข้อมูลกรมควบคุมมลพิษ จากปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นในปี 2561 จำนวน 27.8 ล้านตัน พบพลาสติกในขยะชุมชนประมาณ 2 ล้านตัน สามารถนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิลประมาณ 5 แสนตัน หรือประมาณร้อยละ 25 (ส่วนใหญ่เป็นขวดพลาสติก) ส่วนที่เหลือจะกลายเป็นขยะพลาสติก 1.5 ล้านตัน มีถุงพลาสติกประมาณ 1.2 ล้านตัน ที่เหลือเป็นพลาสติกอื่นๆ มีแก้ว กล่อง ถาด ขวด ฝาจุก ประกอบกับในปี 2561 มีปริมาณขยะมูลฝอยที่มีการกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง 7.36 ล้านตันโดยเฉพาะการกำจัดแบบเทกองหรือเผากลางแจ้งในสถานทีกำจัดขยะมูลฝอย การกองทิ้งเอาไว้หรือลักลอบทิ้งในพื้นที่สาธารณประโยชน์ หรือลักลอบทิ้งลงสู่แหล่งน้ำ ทำให้มีขยะมูลฝอยจากบกปะปนและตกค้างอยู่ในทะเล รวมถึงการทิ้งขยะในทะเลโดยตรง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติก จึงส่งผลกระทบกับสัตว์ทะเลดังที่มีข่าวการเสียชีวิตของสัตว์ทะเลจำนวนมากจากขยะพลาสติกในด้านสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยก็เป็นประเด็นที่ท้าทายสำหรับประเทศไทยโดยในปี 2561 มีสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่เปิดดำเนินการ 2,789 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่มีระบบการจัดการขยะอย่างถูกต้องเพียง 595 แห่ง หรือคิดเป็นร้อย 21 เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 2,171 แห่ง เป็นสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยซึ่งกำจัดขยะมูลฝอยไม่ถูกต้อง ซึ่งประกอบด้วยการเทกอง การเผากลางแจ้ง และการใช้เตาเผาขนาดเล็กซึ่งไม่มีระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ นอกจากนี้ ยังมีขยะบางส่วนที่ไม่ได้รับการจัดการดร.สุวิทย์ บอกอีกว่า กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ได้กำหนดกรอบนโยบายการบริหารจัดการขยะพลาสติกในภาพรวมของประเทศ ภายใต้แนวคิดขยะเป็นศูนย์ หรือ "Zero waste" ภายในปี 2570 โดยหลังจากนี้จะสั่งการไปยังหน่วยงานต่างไป ในสังกัดทั่วประเทศเลิกใช้ 4 ขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง มีถุง แก้ว หลอดพลาสติก และกล่องโฟม เบื้องต้นจะรณรงค์สร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักให้บุคลากรในสังกัด รวมถึงผู้รับบริการและประชาชนทั่วไป ผ่านช่องทางการสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ มีทั้งภาพอินโฟกราฟิก โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ และตั้งจุดให้บริการถุงผ้าแบบยืม-คืน เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการลดใช้ไปสู่การเลิกใช้ถุงพลาสติกและพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งอย่างยั่งยืนให้บุคลากรของหน่วยงาน อว. สถาบันการศึกษา รวมถึงนิสิต นักศึกษา ใช้ถุงผ้า กล่องข้าว และแก้วน้ำส่วนบุคคล แทนการใช้ถุงพลาสติก กล่องโฟม และแก้วน้ำพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ในการรับบริการจากร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ และร้านขายอาหารให้ผู้ประกอบการร้านค้า เลือกใช้ถุงหูหิ้ว กล่องข้าว และแก้วน้ำแบบย่อยสลายได้ และงดให้ช้อน ส้อม และหลอดพลาสติกหากไม่ได้รับการร้องขอจากลูกค้าหรือไม่ได้สอบถามลูกค้าก่อนลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายยากในการจัดเบรคและอาหารในการประชุมต่างๆ เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ อย่างใบตอง กล่องชานอ้อยนอกจากนี้ ยังสนับสนุนงานวิจัยที่นำขยะพลาสติกเป้าหมายกลับมาใช้ประโยชน์ รวมทั้งพลาสติกที่ย่อยสลายได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในของแนวคิดในการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ BCG โมเดล ที่มุ่งเน้นในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า มีการนำทรัพยากรที่ใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ และปลดปล่อยของเสียสู่สภาพแวดล้อมให้น้อยที่สุด โดยการบูรณาการการพัฒนาเศรษฐกิจในสามมิติไปพร้อมกัน ได้แก่...B- Bio Economy หรือ เศรษฐกิจชีวภาพC-Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียนและ G-Green Economy หรือ เศรษฐกิจสีเขียวการผลักดันแนวคิด Zero waste นับเป็นองค์ประกอบสำคัญภายใต้ BCG Model ให้บรรลุความมุ่งหมายที่จะใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ซึ่งสามารถทำได้ในสองส่วนใหญ่คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และการพัฒนานวัตกรรม เพื่อให้มีการนำทรัพยากรที่ใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ และลดการปล่อยของเสียสู่สภาพแวดล้อมให้น้อยที่สุด ตามหลักการของเศรษฐกิจหมุนเวียน โดย BCG Model ก็ได้เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มใหม่ ๆ จากฐานทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมให้เปลี่ยนของเหลือทิ้งให้กลายเป็นแหล่งรายได้แห่งอนาคต (Waste to wealth) เช่น...
การเปลี่ยนสินค้าเกษตรและวัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมการเกษตรให้เป็นสารมูลค่าสูงในอุตสาหกรรมการผลิตพลังงาน และวัสดุชีวภาพ หรือการแปลงขยะมูลฝอยให้เป็นพลังงานที่ยั่งยืนในชุมชน เป็นต้นสำหรับในปีงบประมาณ 2563 โครงการประเทศไทยไร้ขยะ ถือเป็นโครงการ Flagship ของนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ที่จะได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งในปีนี้กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้รับงบประมาณเข้ามาเพื่อดำเนินโครงการ Flagship ทุกโครงการรวมทั้งสิ้น 8,384 ล้านบาทในส่วนของ Zero waste ที่เป็นนโยบายหลักจะอยู่ภายใต้การดูแลของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือวช. ที่จะเปิดโอกาสให้หน่วยงาน สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยต่างๆ สามารถส่งข้อเสนอโครงการเข้ามาเพื่อขอรับทุนในการไปดำเนินการแก้ไขปัญหา ตอบโจทย์ขยะเป็นศูนย์ได้ ซึ่งงบประมาณจะให้ทั้งแบบไม่จำกัดจำนวนปี และจำกัด เพื่อให้เกิดการต่อเนื่องของโครงการ และมีประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณสูงสุด