เนชั่นทีวี

ข่าว

ผบ.ตร.ห่วง อย่าหลงเชื่อหลอกลงทุน ได้กำไรสูง

28 ต.ค. 2562 | kampanad_lao

ผบ.ตร.ห่วง อย่าหลงเชื่อหลอกลงทุน ได้กำไรสูง

พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นห่วงประชาขน อย่าหลงเชื่อการลงทุนที่จะได้ผลตอบแทนสูงเกินจริง หลังพบมีผู้เสียหายกว่า 50 ราย แจ้งความว่าถูกคนร้ายหลอกให้ลงทุนแชร์ อ้างได้ผลกำไรดอกเบี้ยร้อยล่ะ 93

ผบ.ตร.ห่วง อย่าหลงเชื่อหลอกลงทุน ได้กำไรสูง


วันนี้ 28 ตุลาตม พันรำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ  รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึง การหลอกให้ลงทุน  ตั้งวงแชร์ลวงโลก รับดอกร้อยละ93 โดยมี เน็ตไอดอลสาว แม่มณี เป็นผู้ถูกกล่าวหา  ว่า กองบังคับปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์จากผู้เสียหายจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ  ณ ปัจจุบันประมาณ 50 กว่าราย  โดยจากการสืบสวนสอบสวนพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการหลอกให้ลงทุนโดยจะให้ผลตอบแทนสูง 93% ต่อเดือน กับผู้ร่วมลงทุน   ขณะนี้พนักงานสอบสวน อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง  ส่งข้อมูลให้ สำนักเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลังตรวจสอบในส่วนที่เกี่ยวข้อง สอบปากคำพยาน   อีกทั้งฝ่ายสืบสวนพิสูจน์ทราบขยายผลถึงกลุ่มผู้ต้องหาว่ามีผู้ใดที่ร่วมในการกระทำความผิดบ้าง  และจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป 

ผบ.ตร.ห่วง อย่าหลงเชื่อหลอกลงทุน ได้กำไรสูง


เบื้องต้นการกระของผู้ต้องหาอาจเข้าข่ายในความผิดฐาน  ฉ้อโกงประชาชน  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343  มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  และ ความผิดตาม พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527   มาตรา 4 , 5 และ 12  มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-10ปี  ปรับตั้งแต่ 500,000 1,000,000 บาท  และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่  

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่ออีกว่า  ในส่วนของการดำเนินคดีขณะนี้ บก.ปอศ. ได้ดำเนินการรับคำร้องทุกข์จากผู้เสียหายที่ทยอยเข้ามาแจ้งความ และดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกียวข้อง พิสูจน์ทราบผู้ต้องหาที่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นห่วงประชาขน อย่าหลงเชื่อการลงทุนที่จะได้ผลตอบแทนสูงเกินจริง และขอให้เก็บหลักฐานไว้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมให้รีบแจ้งความตามขั้นตอนของกฎหมายก่อนที่คดีจะขาดอายุความ

ผบ.ตร.ห่วง อย่าหลงเชื่อหลอกลงทุน ได้กำไรสูง


อีกทั้ง ผบ.ตร. ได้ดำเนินการตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีความห่วงใยในกรณีดังกล่าวมาโดยตลอด  พร้อมได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทำการปราบปรามและสืบสวนดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดในการหลอกลวง การฉ้อโกง ต้มตุ๋นมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้นให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว นักลงทุน ที่ได้รับผลกระทบ   และ ผบ.ตร. ได้กำชับสั่งการให้กองบัญการทุกพื้นที่มีการปราบปรามอาชญากรรมที่กระทำความผิดและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน
โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่หลอกลวงประชาชนประเภทต่างๆ เป็นเหตุมีผู้หลงเชื่อและสูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก เช่น หลอกลวงลงทุน หลอกลวงให้ขายสินค้าจากผู้มีชื่อเสียง หลอกซื้อทัวร์เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ, กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์, การกระทำในลักษณะที่เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน  และความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน เป็นต้น  โดยในทุกคดีให้พนักงานสืบสวนสอบสวนที่เกี่ยวข้องดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมในการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกหมายจับ และออกสืบสวนติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ต่อไป

พร้อมกันนี้ขอฝากประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน นักลงทุน ขอให้พึงระลึกว่า "การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงมากๆ ในเวลาสั้นๆ หรือของที่มีราคาถูกผิดปกติ ไม่มีอยู่จริง " นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดี ตรวจสอบข้อมูลการลงทุน ผู้ลงทุนต้องดูความน่าเชื่อถือของผู้ชักชวน บริษัทที่ประกอบกิจการ หลักทรัพย์ที่ใช้ในการค้ำประกัน การจ่ายผลตอบแทน งบดุล หรือตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่นวข้องเสียก่อน รวมทั้งให้ดูถึงพฤติการณ์ของผู้ชักชวน ผู้ประกอบการ หรือ นิติบุคคลโดยละเอียดและอย่าหลงเชื่อกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมหลอกลวงดังกล่าวโดยง่าย
ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อมูลเบาะแส สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ หมายเลขสายด่วน 191 หรือ 1599 หรือ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปอส.ตร.) ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่เขตปทุมวันกรุงเทพมหานคร 10330 โทรศัพท์ 02 252 788 3-4 โทรสาร 02 252 788 1-2 สายด่วน 1155

ข่าวล่าสุด