เนชั่นทีวี

ข่าว

มองความเปลี่ยนแปลง​ มองความงดงาม​

28 ต.ค. 2562 | tanpisit_ler

มองความเปลี่ยนแปลง​ มองความงดงาม​

เมื่อเจริญสติ ก็ให้เราเพียงแต่เห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น โดยไม่เพลิดเพลินยินดีหรือต่อต้านผลักไส คิดดีก็ช่าง คิดไม่ดีก็ช่าง ดีใจก็ช่าง เสียใจก็ช่าง เราเพียงแต่รู้เฉย ๆ ดีใจก็รู้ว่าดีใจ เครียดก็รู้ว่าเครียด อย่าไปผลักไสหรือไขว่คว้า และอย่าไปสำคัญมั่นหมายว่าฉันเครียด ฉันดีใจ

"ธรรมชาติยังเผยแสดงสัจธรรมให้เราเห็นจนเกิดความกระจ่างแจ้งในชีวิตได้ แม้แต่หยดน้ำค้าง ใบไม้ที่ร่วงหล่น สายลมที่พัดผ่าน ก็สามารถไขความลับของชีวิตและจักรวาลให้แก่เราได้" บทความธรรมะบางช่วงบางตอน ของพระไพศาล วิสาโล แห่งวัดป่าสุคะโต เผยแพร่ในเพจเฟซบุ๊คเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ผู้เสพโซเชี่ยลอย่างผมสะดุดตา ฉุกคิดและอยากหาคำอธิบายต่อ

หลวงพ่อระบุต่อไปว่า "ขอเพียงน้อมใจสงบและเปิดใจรับ.. ด้วยความตื่นรู้อยู่กับปัจจุบันเท่านั้น สำหรับบางคนเมื่อมองธรรมชาติ กลับมองเห็นตนเอง ราวกับธรรมชาติเป็นกระจกสะท้อนความจริงของกายและใจให้ตนเห็นอย่างแจ่มแจ้ง ไม่เพียงเขาได้พบคำตอบของชีวิต จนหลุดจากความทุกข์ หากยังรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับสรรพสิ่ง จนไม่มีเส้นแบ่งระหว่าง ฉัน กับ สิ่งอื่น อีกต่อไป ผลที่ตามมาคือเมตตาอย่างไม่มีประมาณต่อสรรพสิ่ง"

ยังมีอีกหลายบทความที่ให้ข้อคิดที่ดี ในฐานะพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา พระไพศาล เน้นเสมอเรื่องความไม่เที่ยงแท้ แน่นอนของชีวิต หรือในความรู้สึกของผมความไม่เที่ยง ก็คือ" ความเปลี่ยนแปลง" คนส่วนใหญ่กลัวความเปลี่ยนแปลง และความไม่แน่นอน

หลวงพ่อบอกว่า หลายคนก็ไม่ชอบเพราะว่าทำให้วางแผนลำบาก ต้องการความแน่นอน จะได้วางแผนได้ชัดเจน ที่จริงแล้วความไม่แน่นอน (อนิจจัง) ไม่ใช่ศัตรูของเราอนิจจังไม่ได้สร้างความทุกข์ให้เรา ความทุกข์ที่เกิดกับเราเป็นเพราะเราไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลง เรามีความยึดติดถือมั่น วางใจไม่ถูกต้อง สวนทางกับสัจธรรมทุกสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลง-ไม่แน่นอน เพราะเราวางใจผิด พอเจอความเปลี่ยนแปลงเข้าก็เลยเกิดความทุกข์ เพราะมีความพลัดพรากสูญเสีย ความแก่ชรา ทั้งที่เหตุการณ์เหล่านี้เป็นธรรมดา มันมีมาก่อนเราเกิดเสียอีก แล้วก็มีต่อไปหลังจากที่เราตายไปแล้ว จะเกิดกี่ชาติกี่ชาติ เหตุการณ์เหล่านี้ก็ยังปรากฏอยู่ตลอดเวลา

หลวงพ่อแนะนำให้เจริญสติ...

เมื่อเจริญสติ ก็ให้เราเพียงแต่เห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น โดยไม่เพลิดเพลินยินดีหรือต่อต้านผลักไส คิดดีก็ช่าง คิดไม่ดีก็ช่าง ดีใจก็ช่าง เสียใจก็ช่าง เราเพียงแต่รู้เฉย ๆ ดีใจก็รู้ว่าดีใจ เครียดก็รู้ว่าเครียด อย่าไปผลักไสหรือไขว่คว้า และอย่าไปสำคัญมั่นหมายว่าฉันเครียด ฉันดีใจ

เคยมีนักปฏิบัติธรรมคนหนึ่งบอกหลวงพ่อคำเขียนว่า "วันนี้หนูเครียดมาก" หลวงพ่อตอบว่านักกรรมฐานไม่พูดแบบนั้น ให้พูดใหม่ เธอหยุดคิดสักพัก แล้วพูดว่า "วันนี้หนูเห็นมันเครียด" มันแตกต่างกันนะ ถ้า "หนูเครียด"ก็ทุกข์เลย แต่ถ้า "หนูความเห็นความเครียด" ความรู้สึกจะเบากว่า ความดีใจหรือปีติก็เช่นกัน พอมันเกิดขึ้น ก็อย่าไปหลงเพลินว่าฉันดีใจ หรือรู้สึกว่าฉันดีใจ ให้เห็นความดีใจ เท่านั้นก็พอ เห็นปีติ เห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น โดยไม่ไปยึดมันว่าเป็นเราเป็นของเรา นี่แหละคือหน้าที่ของสติที่ฝึกฝนมาไวพอ ทำให้เราเห็นทุกข์โดยไม่ทุกข์

"อาตมาจึงอยากจะเชิญชวนให้เราฝึกสติให้มาก แม้ว่าจะมีสติในชีวิตประจำวันดีอยู่แล้ว ก็อย่าประมาท เพราะเมื่อต้องเจอเรื่องที่พลิกผันไม่คาดฝัน เราอาจจะตั้งรับไม่ทัน จึงต้องฝึกสติเตรียมพร้อมไว้แต่เนิ่นๆ ถึงแม้เหตุร้ายจะยังไม่เกิด สติที่ฝึกไว้ก็ไม่สูญเปล่า เพราะจะช่วยให้เราอยู่อย่างเป็นสุข โปร่งเบา" หลวงพ่อระบุ

#วชิรวิทย์ #วชิรวิทย์รายวัน #Vajiravit #VajiravitDaily #NationTV #Nation

ข่าวล่าสุด