เศรษฐกิจเอเชียมีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 5.0 ในปี 2562 และร้อยละ 5.1 ในปี 2563 (ชะลอลงจากปีที่ผ่านมา และต่ำกว่าประมาณการ ณ เดือนเมษายน 2562 ร้อยละ 0.4 และ 0.3 ตามลำดับ) โดยการค้าและการลงทุนชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญจากมาตรการกีดกันทางการค้าและความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการผลิต สำหรับการดำเนินนโยบาย การเงินแบบผ่อนคลายในประเทศพัฒนาแล้วและภาวะการเงินโลกที่ผ่อนคลายมากขึ้นนั้น แม้จะเป็นปัจจัยที่ ช่วยประคับประคองการขยายตัวของเศรษฐกิจเอเชีย แต่ในขณะเดียวกันก็อาจส่งผลกระทบต่อความ เปราะบางทางการเงินของประเทศในภูมิภาค
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงภายนอกภูมิภาค ได้แก่ ความตึง เครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่อาจจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลักที่ชะลอตัวกว่าที่คาดไว้ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและความเสี่ยงจากการแยกตัวของสหราชอาณาจักรออก จากสหภาพยุโรปแบบไร้ข้อตกลง อีกทั้งปัจจัยเสี่ยงภายในภูมิภาค ได้แก่ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่เร็ว กว่าที่คาดการณ์ไว้ความตึงเครียดภายในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น เช่นความสัมพันธ์ระหว่างญี่ป่นุและเกาหลีความ ขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เพิ่มสูงขึ้น
ภายใต้แนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง การบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคควรใช้ขีด ความสามารถของนโยบายการคลังและนโยบายการเงินที่มีอยู่เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของอุปสงค์ ภายในประเทศ ขณะที่การดำเนินนโยบายในภาคการเงินควรมีการปรับตัวในเชิงรุกเพื่อป้องกันไม่ให้ภาวะ การเงินโลกที่ผ่อนคลายมากขึ้นนั้น เร่งให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน โดยเฉพาะมาตรการลด ปัญหาหนี้สินภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนในประเทศที่มีความเสี่ยงดังกล่าว
นอกจากนี้การขยายตัวทาง เศรษฐกิจที่ชะลอลงยังเน้นให้เห็นถึงความจำเป็นในการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อเพิ่มศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการเติบโตอย่างมีส่วนร่วม กอปรกับการเติบโตบนความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดย นโยบายในการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ได้แก่ การเปิดเสรีทางการค้าให้มากขึ้น ผ่านการลดมาตรการกีดกันทาง การค้าที่ไม่ใช่ภาษีให้แก่การค้าบริการระหว่างประเทศและการผ่อนคลายเงื่อนไขการลงทุน การลงทุนเพื่อ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยการยกระดับทุนมนุษย์พร้อมกับการเสริมสร้างศักยภาพของผู้หญิงและเด็ก นโยบายด้านจำนวนแรงงานโดยเพิ่มบทบาทการมีส่วนร่วมของแรงงานสตรี การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน และการปรับปรุงระเบียบกฎเกณฑ์ ตลอดจนมาตรการเพื่อลดปัจจัยที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทาง ภูมิอากาศ รวมถึงการสร้างกันชนทางการคลังเพื่อรับมือต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เพิ่มมากขึ้น
รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ได้นำเสนอบทความวิจัยสองเรื่อง (IMF 2019a, 2019b) โดย งานวิจัยแรกเกี่ยวกับการจัดการเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศของประเทศในเอเชีย ซึ่งแม้ว่าโดยทั่วไปแล้ว เงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศจะก่อให้เกิดประโยชน์ แต่เงินทุนเคลื่อนย้ายที่มีปริมาณมากและมีความผันผวนอาจก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศผู้รีบด้วยเหตุนี้ผู้กำหนดนโยบายจึงใช้มาตรการ แทรกแซงค่าเงิน เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่งบดุลไม่สอดคล้องกันและตลาดการเงินยังไม่พัฒนา รวมไปถึงการใช้นโยบาย การเงินเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนและการขยายตัวของสินเชื่อของ สหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อและการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในเอเชีย ตลอดจนการใช้ มาตรการ macroprudential และมาตรการดูแลเงินทุนเคลื่อนย้าย เพื่อตอบสนองต่อเศรษฐกิจภายในและ ภายนอกประเทศรวมถึงเสถียรภาพทางการเงินภายในประเทศทั้งนี้ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าเมื่อต้อง เผชิญกับภาวะความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงทางการเงินจากภายนอก ประเทศในเอเชียใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อบรรลุหลายเป้าหมายทางนโยบาย ซึ่งผลการศึกษานี้สะท้อนถึงแนวทางการจัดการกับความผันผวนของ เงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยนทั้งในเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ
งานวิจัยเรื่องที่สองเกี่ยวกับแนวทางการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจเอเชียใต้อย่างเข้มแข็ง โดยในปัจจุบันประชากรในภูมิภาคนี้มีจำนวนถึงหนึ่งในห้าของประชากรโลก และสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก กว่าร้อยละ15ทั้งนี้คาดว่าในอนาคตภูมิภาคนี้จะมีแรงงานใหม่เข้าสู่ตลาดประมาณ 150ล้านคนภายในปี 2573 ซึ่งจำๆเป็นต้องอาศัยยุทธศาสตร์ที่เน้นการสร้างงานที่มีคุณภาพเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากโครงสร้าง ประชากรและเพิ่มศักยภาพในการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเหล่านี้ภูมิภาคเอเชีย ใต้จาเป็นต้องเพิ่มผลิตภาพทางการเกษตรและส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในภาคการผลิต และภาคบริการที่ใช้ทักษะระดับสูง มีการดำเนินนโยบายการคลังที่เน้นบริหารรายได้และจัดสรรรายจ่ายอย่างมีประสิทธิภาพกอปรกับมีความยั่งยืนทางการคลัง รวมทั้งสนับสนุนการเปิดเสรีด้านการค้าและการลงทุน โดยตรงจากต่างประเทศ ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์