ต่อมาเวลา 18.45 น. วันที่ 24 ตุลาคม ภายหลังจากการสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง ด้านพันตำรวจโทสราวุธ บุตรดี สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางเขน เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ก่อเหตุ เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีอาการเครียดถึงขั้นคิดจะฆ่าตัวตาย ทางเจ้าหน้าที่และญาติพยายามพูดคุยให้อาการดีขึ้นให้คิดบวกไว้ เพราะคดียังไม่จบ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผู้ก่อเหตุให้การว่าขณะเกิดเหตุได้ขับรถมาในมหาวิทยาลัยตามปกติ เพื่อจะไปธนาคารที่อยู่ในมหาวิทยาลัย โดยใช้ความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และไม่สามารถที่จะควบคุมรถได้ เนื่องจากได้เหยียบเบรคแล้วแต่เบรคไม่ทำงาน โดยผู้ก่อเหตุบอกว่าปกติเวลาขับรถจะถอดรองเท้า จึงคาดว่ารองเท้าอาจจะไปติดตรงเบรคจึงไม่สามารถเหยียบเบรครถและควบคุมรถได้ อย่างไรก็ตามเส้นทางในมหาวิทยาลัยได้ขับรถอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว เนื่องจากทำงานที่นั้น แต่บริเวณโค้งที่เกิดเหตุไม่ได้ไปบ่อย
พันตำรวจโทสราวุธ เปิดเผยต่อว่า หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบรถกระบะคันนี้ว่าเกิดความผิดพลาดของตัวรถ หรือเกิดจากอุบัติเหตุ หรือจากความประมาทของผู้ก่อเหตุ โดยในวันพรุ่งนี้จะต้องมีการตรวจสภาพรถคันนี้ว่าสาเหตุเกิดจากปัญหาของรถหรือเกิดจากความประมาทของตัวเขาเอง
พันตำรวจโทสราวุธ บอกอีกว่า ทั้งนี้ทางผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทั้งหมด โดยให้การว่าจะไปเยียวยาช่วยเหลือและเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน ทั้งนี้ได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้มีทรัพย์สินเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเนื่องจากผู้ต้องหาได้เข้ามาพบพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง หลังจากแจ้งข้อหาแล้วจะปล่อยตัวโดยไม่ต้องประกันตัว ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้จะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์รถและผลการตรวจจากโรงพยาบาลว่าผู้ได้รับบาดเจ็บได้รับบาดเจ็บขนาดไหน ก่อนจะสรุปสำนวนการสอบสวนส่งให้พนักงานอัยการอีกครั้ง สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 5 ราย อาการสาหัส 2 ราย บาดเจ็บธรรมดา 3 ราย ทั้งนี้ได้สอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บไปแล้วทั้งหมด 3 ราย และยังรอสอบปากคำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเยอะ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสอบปากคำได้