น.ส.ธันย์ชนก กล่าวว่า นายจักรกฤษณ์ ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ ทำอาชีพเปิดคาร์แคร์ และได้แต่งงาน กับน.ส.มันตา ที่เป็นน้าของตน มีลูกด้วยกัน 1 คน และเข้ามาอยู่กินกันที่บ้านตน โดยก่อนเกิดเหตุ ครอบครัวตนได้ทะเลาะกับนายจักรกฤษณ์มาก่อน ทั้งเรื่องเงินเพราะช่วงหลังเศรษฐกิจไม่ดี ธุรกิจคาร์แคร์จึงไม่ค่อยมีเงินเข้ามามากนัก กับเรื่องที่หึงหวงน้าสาว จึงมีการทะเลาะกันมาเรื่อย จนกระทั่ง วันเกิดเหตุ นายจักรกฤษณ์ มาหาแม่ของตน ในขณะที่กำลังนั่งคุยกับตนกับน้าสาว ตอนนั้นนายจักรกฤษณ์ไม่พูดไม่จา หยิบปืนสั้นขนาด .32 ยิงใส่แม่ตนเข้าที่บริเวณหัวคิ้วเสียชีวิต ก่อนหันมายิงตน 2 นัด กระสุนทะลุคอ 1 นัด และเข้าที่ชายโครงซ้ายทะลุหลัง 1 นัด ได้รับบาดเจ็บ แล้วหันไปยิงน้าสาว ซึ่งเป็นภรรยาของนายจักรกฤษณ์เอง แต่กระสุนด้านจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ
น.ส.ธันย์ชนก กล่าวต่อไปว่า หลังเกิดเหตุ ตนนอนรักษาตัวอยู่ที่รพ.นานเกือบ 1 เดือน ส่วนร่างของแม่ได้ทำพิธีฌาปนกิจไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อรักษาตัวจนได้ออกจากโรงพยาบาล ก็พยายามติดตามเรื่องคดี พบว่า นายจักรกฤษณ์ถูกออกหมายจับแล้วในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา /พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา /มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ทั้งนี้ เวลาไปติดตามความคืบหน้ากับตำรวจ ก็ได้คำตอบว่าติดตามให้แล้ว แต่ผู้ต้องหาไม่ได้อยู่ในพื้นที่จึงตามจับตัวไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ทางผู้ต้องหาได้โทรมาหาหลานคนหนึ่ง แล้วให้นำปืนไปมอบให้กับตำรวจ แต่ปืนที่นำไปให้เป็นปืน.38 มม. ซึ่งเป็นคนละกระบอกกับที่ก่อเหตุ หมายความว่า ผู้ต้องหายังมีปืนอยู่ที่ตัว