ตนพูดครั้งนี้ มาจากบันทึกที่ตนเชียนไว้ในปี2561จากการประมวลข้อมูลที่หารือกับทหารนานพอควรพบว่า ทหารจำต้องทำเพราะการยึดอำนาจทุกครั้ง มีเหตุผลต่างกรรมต่างวาระ
ช่วงหลังนั้นการยึดอำนาจไม่ใช่ของง่ายๅเพราะทำเเล้วจะเจอกระเเสต้านเเละคนที่ดำเนินการไม่มีความสุข เพราะนายทหารชั้นสูงที่เกษียณอายุของไทยตนพบว่าก็มีสิ่งตอบเเทนพอควรหลังเกษียณ เเละพบว่าบางคนกล้าที่จะลงมือยึดอำนาจ เพราะหลายคนไม่กล้า
อุดมการณ์การยึดอำนาจเเละกบฏมีความเเตกต่างในเเต่ละครั้ง ในไทยนั้นพบว่าตั้งเเต่ปี2475 คณะราษฎรฝ่ายทหารที่เป็นคนหนุ่มที่เข้ามาอภิวัตน์การปกครองเพราะคนกลุ่มนี้ไปเรียนต่างประเทศเเละพบคณะราษฎรฝ่ายพลเรือนที่ไปเรียนต่างประเทศ เช่นกันเเละรับเเรงกระตุ้นนักศึกษาประเทศเมืองขึ้นของตะวันตกที่อยากมีเอกราช คณะราษฎรสายทหารก็อยากมีรัฐธรรมนูญเเบบตะวันตก
การมีอำนาจเเละอยู่ต่อนั้น สมัยก่อนยึดอำนาจเเล้วจะอยู่ไม่นาน เพราะไม่รู้ว่าจะปกครองอย่างไร เเละทีจ้อยกเว้นบางยุค เเต่ยุคนี้มีกระเเสว่า เมื่อยึดอำนาจเเล้วควรบริหารต่อ เพราะผู้นำหลายขาติในย่านนี้บอกว่า ต้องอยู่นานเพื่อบริหารประเทศ ดังนั้นวิธีการของทหารต้องปรับให้เข้ากับโลกาภิวัตน์
เลือกตั้งครั้งนี้มีประชามติเเละบางคนอยากให้รัฐบาลที่เเล้วอยู่ต่อในวันนี้ เเม้มีไม่ชอบก็ตาม เเต่เมื่อประชามติเเล้วก็มีการขอเสนอเเก้รัฐธรรมนูญ
นักวิชาการตะวันตกมองว่าหลายสิบปีที่เเล้วทหารเข้ามามีบทบาททางการเมืองในประเทศกำลังพัฒนาเพราะพลเรือนบริหารประเทศ อาจมีปัญหา ทหารก็เข้ามามีบทบาททางการเมืองเเละความมั่นคงด้วยในหลายประเทศ เช่น ทวีปอเมริกาใต้ เอเชีย เเอฟริกา พบว่าสิ่งเร้าที่ทหารยึดอำนาจคือ อุดมการณ์ชาตินิยม ต้องการให้ประเทศทันสมัย เเละชาติมั่นคง ผลประโยชน์ขององค์กรทหาร ผลประโยชน์ของผู้นำทหาร
สำหรับการหวนกลับมาของกองทัพ ตนไม่อยากจะพูดว่าเป็นความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นสีเหลือง สีแดง หรือความขัดแย้งในสมัยรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรกับกลุ่มกกปส. ซึ่งการเข้ามาของกองทัพไม่ว่าป็นในปี 2549หรือปี 2557การคัดค้านมีน้อย เมื่อเทียบกับกระแสประชาธิปไตยที่พัดมากว่า 20 ปีแต่ทำไมจึงไม่พัดรุนแรงจนสามารถทำให้ทหารหยุดการเข้ามามีบทบาททางการเมือง
ตนมองว่า เป็นเพราะวัฒนธรรมการเมืองของคนไทยส่วนใหญ่ ยังมีฐานบนวัฒนธรรมทางการเมืองที่มีรากฐานบนอนุรักษ์นิยม ชาตินิยม และปฎิบัตินิยม โดยคนไทยมีความเป็นปฎิบัตินิยมสูง เชื่อในประชาธิปไตยถ้าเวิร์ค หรือถ้าไม่เวิร์ค ยินดีหาระบอบอย่างอื่นที่ดีกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป การยอมรับมีการใช้อำนาจทหาร คล้ายกับเข้ามาได้ แก้ปัญหาให้พวกเรา
ถามว่าคนเหล่านั้นเป็นประชาธิปไตยไหม? คำตอบคือเป็นแต่เป็นแบบปฎิบัตินิยม คือ ถ้าเวืร์คเเละใช้ได้ก็เอาด้วย ถ้าประชาธิปไตยไม่ดีก็จะไปหาแนวทางอื่น อย่างไรก็ตามคนที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆ ก็มี แต่ไม่มากพอจะเป็นตัวเคลื่อนไหวหลักทางการเมืองอย่างสม่ำเสนอ แต่จะเคลื่อนไหวเฉพาะครั้งคราวเท่านั้น
นอกจากนี้การยึดอำนาจของกองทัพก็มีข้อจำกัดเช่นเดียวกัน แม้ว่าจะมีวัฒนธรรมทางการเมืองที่มีรากฐานบนอนุรักษ์นิยม ชาตินิยม และปฎิบัตินิยมอยู่ แต่การยึดอำนาจอาจจะไม่ชอบธรรมเสมอ เช่น ประชาชนอาจมองว่าการยึดอำนาจในปี 2557ชอบธรรมกว่าปี2549เนื่องจากปี 2557มีความชัดเจน มีเหตุการณ์ความรุนแรงไทยเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นจากผลกระทบทางการเมืองเเต่ขัดเเย้งสูงของฝ่ายขวาจัด/ฝ่ายซ้ายจัด จนเกิดเหตุปะทะของสองฝ่าย"การที่กองทัพเข้ามาจะชอบธรรมหรือไม่ ต้องดูที่ว่าพอยึดอำนาจแล้วจะทำอะไร เช่น รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ก็บอกว่าจะมาเปลี่ยนแปลงสู่ประชาธิปไตย และ พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดชัดเจนว่าจะมาปฎิรูปประเทศ ซึ่งมีโครงการมากมาย ตนพูดมานานแล้วว่าในการสร้างประชาธิปไตยที่มั่นคงต้องมีความสมดุลระหว่างเสรีภาพและเสถียรภาพ และต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป โดยความสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้ไม่มีสูตรตายตัว หาทางออกไม่ได้ ต้องขึ้นนอยู่ว่าจะสร้างเเบบใด ผู้ที่สร้างเป็นใคร
ทหารก็บอกว่าเป็นคนขอรัฐ เป็นองค์กรของรัฐ พวกเขายังคิดว่าน่าจะมีบทบาทในการสร้างความสมดุลในกรอบของกฎหมายรัฐธรรมนูญ""ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ "นักวิชาการรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า นิยามประชาธิปไตยของทหารกับนิยามประชาธิปไตยของประชาขน นิยามนี้ตรงกันไหม? ตนตอบว่าเเตกต่างกัน นิยามการเลือกตั้งของทหารคือมีการเลือกตั้งเละมีตัวเเทนประชาขนเเล้วทุกอย่างควรมีระเบียบ การพัฒนาประชาธิปไตยนั้นหากจะเปลี่ยนผ่านจากอำนาจนิยมไปเป็นประชาธิปไตยจะเน้นเลือกตั้งเเต่ไม่สนใจเสรีภาพ,การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน
เเม้วันนี้นักวิชาการบางคนมองว่าเป็นประขาธิปไตยเเต่ตนมองว่าเป็นเผด็จการรูปเเบบหนึ่งทฤษฎีต่างประเทศระบุว่าผู้นำใช้กองทัพเป็นเครื่องมือ เเละกองทัพก็ใช้ผู้นำเป็นเครื่องมือ มันเกิดขึ้นเหมือนกันทั้งโลก"สุรชาติ บำรุงสุข "อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ถ้ามองว่าการเปลี่ยนผ่านในประเทศไทย ตนจะเสนอทฤษฎีว่าจะต้องมีการเปลี่ยนผ่านใน 2 จังหวะ คือ 1. การเปลี่ยนผ่านทำให้ตัวระบบเดิมลดความเข้มข้น ลดอำนาจนิยมลง 2. การเปลี่ยนผ่านการสร้างประชาธิปไตย ฉะนั้นการเปลี่ยนผ่าน 2 จังหวะ เราจะหวนกลับมาโจทย์เดิมคือคิดถึงเรื่องหารอย่างไร วันนี้เวลาเราพูดถึงอำนาจนิยมในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป้นระบอบไฮบริดที่เป็นตัวแทนอำนาจนิยมในศตวรรษที่ 21 วึที่ระบอบไฮบริดนี้ยังการต้องการกองทัพในการเมือง และไม่ต้องการกองทัพที่ออกจากการเมือง ดังนั้นเราจะคิดถึงโจทย์ชุดนี้ในประเทศไทยอย่างไรจึงขอเสนอ 3 ข้อ ต่อการปฎิรูปกองทัพ ว่า หากจะปฎิรูปกองทัพให้สำเร็จ จะต้องปฎิรูปการเมืองให้ได้ก่อน รวมถึงต้องสร้างฐานประชาธิปไตยให้แข็งแรง และต้องสร้างทหารอาชีพไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมีคนบอกว่า สังคมล้าหลัง ทหารจึงก้าวหน้า ขอถามว่า หากทหารก้าวหน้า สังคมจะล้าหลังไหมเเละถามว่าทหารมองตัวเองว่ามีความสัมพันธ์กับสถาบันเช่นใด
การวิเคราะห์กองทัพนั้นต้องดูผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเเละเกี่ยวพันกับผลประโยชน์กับสื่อมวลชนด้วยหรือไม่ เพราะหลักของทหารนั้นคือเจ้านายเลี้ยงลูกน้อง ต้องหารายได้มาดูเเล เเละใช้สื่อคุมประชาชนหรือไม่"กษิต ภิรมย์ "อดีตน้กการทูตเเละอดีตรมว.ต่างประเทศ ระบุว่า เดิอนพ.ค.2557 นายพลคนหนึ่งบอกกับตนว่าไม่ประสงค์ยึดอำนาจ หากปฏิวัติก็เป็นครั้งสุดท้าย เเละรัฐธรรมนูญ2560เขียนให้กองทัพอยู่ในการเมืองนับเป็นปรัชญาอันคม เป็นเสถียรภาพเเละตีกรอบ ฝ่ายชนชั้นนำเเละกลางยินดีให้กองทัพอยู่ในการเมือง เเต่ฝ่ายหัวก้าวหน้าจะอยู่ตรงไหน
คำถามคือตั้งเเต่ปี 2475 เป็นต้นมา ประชาธิปไตยของเราจะยังอยู่กับที่หรือจะถอยหลัง เพื่อเสถียรภาพทางการเมิองที่กองทัพใช้ยันฝ่ายการเมืองไม่ให้เกิดการทุจริตเเบบนี้?
"เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง "อดีตส.ว.กทม.เเละสื่อมวลชนอิสระ กล่าวว่า หากถามว่าประขาธิปไตยไทยที่ใช้หลักปฏิบัตินิยมคืออะไร ?คำตอบคือสิ่งที่ได้ประโยชน์เฉพาะหน้าไม่ว่าเป็นระบอบใดก็เอานั้น การเมืองไทยก็เป็นเเบบนี้ ตอนนี้ทหารอยู่ในส.ว.คือพรรคทหารที่ซ่อนไว้ สังคมบางฝ่ายชอบ บางฝ่ายไม่ชอบ เเต่เเบบนี้ยั่งยืนหรือไม่ เพราะจะโดนวิจารณ์ในอนาคต"หากมีข่าวยึดอำนาจในสหรัฐฯ คงไม่มีใครเชื่อ เเต่หากมีการยึดอำนาจซ้อนในไทย คนจะเชื่อมากกว่า นักวิชาการอธิบายเรื่องนี้ได้ไหม ""สมชัย ศรีสุทธิยากร "อดีตกกต.กล่าวว่าตนมองว่าเจตนาทางการเมืองเเละความมั่นคงของทหารตอนนี้ค่อนไปในทางที่ดี เเม้บางเรื่องมีคำถามว่า ทหารต้องการอำนาจหรือไม่ ?ส่วนวิธีการนั้น วิธีการที่ทหารใช้วันนี้ไม่ดีนัก ทหารควรส่งเสริมประชาธิปไตย ไม่ใช่มาเป็นผู้เล่นเองเเละตนไม่เชื่อว่าจะไม่มีการยึดอำนาจอีกในวันข้างหน้า เเม้เจตนาของทหารน้ันดี เเต่ทหารควรทบทวนวิธีการส่งเสริมประชาธิปไตย หากประสงค์ทำงานการเมืองควรถอดเครื่องเเบบก่อน