วันนี้่ 21 ตุลาคม ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเหตุคนร้ายขับรถยนต์เก๋งแหกด่านจรวจของสถานีตำรวจนครบาลวัดพระยาไกร โดยมีการยิงต่อสู้ระหว่างคนร้ายและตำรวจ ว่า ได้รับรายงานจากสน.วัดพระยาไกรแล้ว โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ต.ค. เวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร บริเวณถนนเจริญราษฎร์ ปากซอยเจริญราษฎร์ 8 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร ได้มีคนร้ายเป็นชายไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ขับขี่รถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า คันหมายเลขทะเบียน 5 กข 8292 กรุงเทพมหานคร มาตามถนนเจริญราษฎร์ และขับขี่เข้ามายังจุดตรวจที่ ร.ต.อ.ธุวานันท์ เงินยวง รอง สน.จร.สน.วัดพระยาไกร ได้ตั้งจุดตรวจ เมื่อคนร้ายดังกล่าวขับขี่เข้ามาใกล้จะถึงจุดตรวจแล้ว มิได้ชลอความเร็วแต่กับเร่งความเร็วและชนแผงเหล็กที่ใช้ในการตั้งจุดตรวจจนได้รับความเสียหายและล้มลง จนเป็นเหตุให้คนร้ายดังกล่าวหลุดพ้นไปจากจุดตรวจ แล้วได้ขับขี่รถยนต์หลบหนีจากจุดตรวจ มุ่งหน้าไปตามถนนเจริญราษฎร์
ต่อมา ร.ต.อ.ธุวานันท์ จึงใช้อาวุธปืนยิงยางรถยนต์คันดังกล่าวจนยางแตก แต่คนร้ายดังกล่าวก็ยังคงขับขี่รถยนต์ไปได้ โดยขับขี่ผ่านแยกจันทน์ตัดเจริญราษฎร์และตรงไปถนนสาทร เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานตากสิน เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและอาสาจราจร ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ติดตามคนร้ายดังกล่าวไปโดยตลอด จนกระทั่งติดตามคนร้ายดังกล่าวมาถึงบริเวณทางขึ้นสะพานตากสิน ช่วงสถานีรถไฟฟ้าตากสิน คนร้ายดังกล่าวได้เปิดกระจกหน้าข้างขวาและใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงมาทางด้านหลังในทิศทางที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขับขี่รถจักรยานยนต์ติดตามไป แต่กระสุนไม่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคนร้ายยังคงขับขี่รถยนต์ต่อไปอีก จนถึงบริเวณทางลงสะพานตากสินได้เสียหลักจะเบี่ยงลงไปทางซ้าย ขณะนั้นมีรถยนต์แท็กซี่ขับขี่มาในทิศทางเดียวกัน จนเป็นเหตุให้คนร้ายขับขี่รถยนต์ไปชนกับรถยนต์แท็กซี่ คันหมายเลขทะเบียน ทษ 8828 กรุงเทพมหานคร บริเวณซุ้มล้อขวา ด้านหลัง จนยางแตก แต่คนร้ายก็ยังคงขับขี่รถยนต์หลบหนีต่อไปอีกโดยใช้เส้นทางถนนราชพฤกษ์ และคนร้ายขับขี่รถยนต์จนมาถึงบริเวณถนนราชพฤกษ์ฝั่งตรงข้ามร้านอาหารปลาอยู่เย็น แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร และไม่สามารถที่จะขับขี่ต่อไปได้โดยรถยนต์ ยางรถยนต์ด้านหน้าขวาแตก ล้อแม็กด้านหน้าซ้ายแตกหัก ต้องจอดริมถนนราชพฤกษ์ และได้มีชายไม่ทราบชื่อและนามสกุลอีกคนหนึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ติดตามมาโดยตลอดและรับคนร้ายที่ขับขี่รถยนต์ ฮอนด้า ดังกล่าวแล้วหลบหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถติดตามได้ทัน