จากเว็ปไซต์ BOTTOM LINE ได้นำเสนอบทความที่น่าสนใจและน่าจะเป็นประโยชน์ สำหรับหลายๆคนที่สนใจ โปรโมชัน 0% โดยได้นำเสนอไว้ว่า...
มือถือรุ่นใหม่สุดทันสมัย กระเป๋าแบรนด์โปรดออกทรงใหม่ เครื่องซักผ้าพังกะทันหัน กล้องถ่ายรูปแถมเลนส์พร้อมกระเป๋า ฯลฯสารพัดเหตุผลที่จูงใจให้คุณต้องหยิบอาวุธเด็ด "บัตรเครดิตพร้อมโปรโมชันผ่อน 0%" มาใช้ให้ทันท่วงที แล้วกลับไปนอนผ่อนสบายๆ 3 เดือน 6 เดือน 10 เดือน หรือบางครั้งยาวนานถึง 2 ปี หรือ 24 เดือน โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยแม้แต่บาทเดียว
โปรโมชันสุดจูงใจเหล่านี้ มีส่วนทำให้คนไทยหันมาพึ่งพาบัตรเครดิตมากขึ้น สะท้อนจากข้อมูลจากคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เปิดเผยหนี้ครัวเรือนของไทยไตรมาส 1 ปี 2562 อยู่ที่ 13 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 6.3% โดยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 2560
แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือยอดคงค้างหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) หรือหนี้เสียเพื่อการอุปโภคบริโภคในไตรมาส 2 ปี 2562 มีมูลค่า 127,439 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยยอดหนี้เสียคงค้างบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น 12.5% และสินเชื่อบัตรเครดิตที่มียอดค้างชำระเกิน 3 เดือนขึ้นไป กลับมาขยายตัวอีกครั้งด้วย
การขยายตัวของหนี้บัตรเครดิต และหนี้เสียที่เกิดขึ้น ทำให้หลายฝ่ายแสดงออกมาแสดงความกังวล ล่าสุด ปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร กสิกรไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารได้เปิดเผยว่า ธนาคารต่าง ๆ จะลดโปรโมชันผ่อน 0% ซึ่งกระตุ้นให้เกิดหนี้ที่ไม่จำเป็น
"ต่อไปต้องลดการกระตุ้นการก่อหนี้ที่ไม่จำเป็น เช่น ลดแนวทางการให้สินเชื่อที่คิดดอกเบี้ยอัตรา 0% เพื่อความสุขสำราญ การให้วงเงินกู้เพื่อท่องเที่ยวและผ่อนชำระในภายหลัง แต่กรณีป่วย/ฉุกเฉิน ซึ่งมีความจำเป็นธนาคารพาณิชย์ยังคงให้สินเชื่อต่อไป"
วาทะของประธานสมาคมธนาคารครั้งนี้ สะท้อนว่าในอนาคต โปรโมชัน 0% ที่หอมหวานเหล่านี้จะออกมาให้เห็นน้อยลง เพื่อลดโอกาสสร้างหนี้เสีย และหนี้บัตรเครดิตที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
0% ใช้ยังไงให้เป็นตัวช่วย
ในฐานะของผู้บริโภค โปรโมชัน 0% นับเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางการเงินที่มีประโยชน์ไม่น้อย เปิดโอกาสให้ซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ๆ สินค้าราคาสูง ได้โดยไม่ต้องใช้เงินก้อนโต ไม่เสียดอกเบี้ย และผ่อนชำระเป็นงวดได้ ทำให้สามารถบริหารเงินที่มีอยู่ในเรื่องอื่นๆ ได้อีก เรียกได้ว่าช่วยให้หมุนเงินในคล่องขึ้นนั่นเอง
แต่กฎเหล็กที่จะทำให้พันธสัญญาในโปรโมชันนี้มีประโยชน์อย่างที่ควรจะเป็นคือการ "ชำระตรงเวลา และครบตามจำนวน"
ก่อนที่จะมีการซื้อสินค้าผ่านการชำระ 0% ระยะยาว จึงจำเป็นต้องตอบคำถาม 3 ข้อนี้ให้ได้
1. ของที่จะซื้อหรือสถานที่จะไปจำเป็น(สำหรับตอนนี้)หรือไม่ ถ้าไม่มีหรือไม่ได้ไปกระทบต่อการทำงานหรือชีวิตของเราหรือไม่
2. มีกำลังเพียงพอในการผ่อนแต่ละเดือน ตามระยะเวลาี่กำหนดหรือไม่
3. ถ้าผ่อนไปแล้วยังเหลือเงินไว้ใช้จ่ายต่อไปหรือไม่
หากตอบของคำถามที่ 1 คือ จำเป็นมาก และกระทบต่อชีวิตประจำวันและการทำงานอย่างแน่นอน คำตอบของคำถามที่ 2 และ 3 คือ "ได้" ค่อยพิจารณาซื้อสินค้านั้นๆ ผ่านโปรโมชัน 0%
ใช้อย่างไรถึงโดนกับดัก 0%
เห็นกันอยู่ว่าโปรโมชันนี้มีแต่ได้กันได้ แต่ที่ผ่านมามีคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้โปรโมชัน 0% แบบไม่ระมัดระวัง จนติดกับดักทางการเงิน
กับดักที่ว่าไม่ได้เกิดขึ้นจากผู้ให้บริการ แต่เกิดจากพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตเอง
ปัจจัยยอดฮิต ที่เจอบ่อยๆ ทำให้หลายคนติดกับดักจนถอนตัวไม่ขึ้น
อดทนต่อสิ่งล่อตาล่อใจไม่ได้ เช่น งานลดราคาประจำปี สินค้าผัดซีซัน ของแถม ฯลฯ
บริหารเงินส่วนตัวอย่างหละหลวม ไม่คำนวณรายรับรายจ่าย ใช้จ่ายเกินกำลัง เกินความจำเป็น หรือใจป้ำ ยิ่งเชียร์ยิ่งซื้อง่าย
อยากได้หลายอย่างพร้อมๆ กัน ถ้าแบรนด์ต่างๆ พร้อมใจกันลดราคาก็ลองทบทวนว่า "คนเราไม่ต้องซื้อทุกอย่างในเดือนเดียวก็ได้"
คนอื่นมีเราต้องมี คนอื่นไปเราต้องไป เดี๋ยวคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง
ไลฟ์สไตล์เอ้าท์ไม่ได้ ต้องใช้ของใหม่เสมอ ฯลฯ
นี่เป็นเพียงบางตัวอย่าง ที่นำพาให้หลายคนเข้าสู่กับดักทางการเงินโดยไม่จำเป็น มีประวัติด่างพร้อย เพราะหมุนเงินไม่ทัน จากการผ่อนชำระเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน และซ้ำซ้อนหลายสินค้า ไม่เหลือเงินส่วนที่จำเป็นไว้ในส่วนอื่นของชีวิต จนเข้าสู่วังวนหนี้เสียตามเล่นงานถึงขั้นเสียประวัติไปเลยทีเดียว ฉะนั้นก่อนซื้ออย่าลืมทบทวนให้ถี่ถ้วนก่อนเสมอว่าการรูด 0% ในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบกับเงินในกระเป๋า
จะเห็นได้ว่า เอาเข้าจริงทั้งการใช้บัตรเครดิต และโปรโมชัน 0% เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ดีที่ช่วยเปิดโอกาสให้บริหารจัดการเงินได้กว้างขึ้น ส่วนโปรโมชันนี้จะเป็นตัวช่วย หรือกับดัก ขึ้นอยู่กับการใช้ของคุณ แล้ววันนี้คุณใช้มันแบบไหน?