เนชั่นทีวี

ข่าว

ผู้พิพากษาศาลฎีกา เตือน เเนวคิดเเก้กฎหมายห้ามตรวจร่างคำพิพากษา

07 ต.ค. 2562 | Ekkapon

ผู้พิพากษาศาลฎีกา เตือน เเนวคิดเเก้กฎหมายห้ามตรวจร่างคำพิพากษา

ผู้พิพากษาศาลฎีกา เตือน เเนวคิดเเก้กฎหมายห้ามตรวจร่างคำพิพากษาเคยใช้เกิดปัญหามาเเล้ว ความเสียหายตกประชาชน ชี้ การตรวจร่างฯมีเพื่อให้ความละเอียดรอบคอบ ไม่ได้เป็นการเเทรกเเซงองค์คณะยังยืนยันความเห็นพิจารณาเป็นอิสระได้เหมือนเดิม ควรศึกษาให้ถ่องเเท้ก่อน

เมื่อวันที่ 7 ต.ค.เเหล่งข่าวผู้พิพากษาระดับสูงในศาลฎีกา ได้กล่าวถึงกรณีที่สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เเละนายสิระ เจนจาคะ สส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะ รองประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ออกมาให้ความเห็นถึงกรณีนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองบนบัลลังก์ศาลโดยนาย สิระจะเสนอเรื่องดังกล่าวให้ที่ประชุมกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ลงมติว่าจะรับพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงเเละดูในเรื่องของข้อกฎหมาย ว่า จำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม เพื่อห้ามกระทำการตรวจร่างคำพิพากษาก่อนอ่านให้คู่ความฟัง ทั้งห้ามกระทำการใด ๆ อันมีผลเป็นการแทรกแซงผลคำพิพากษา ตามข้อเรียกร้องของนายคณากรหรือไม่ ว่า 
ศาลยุติธรรมใช้ระบบตรวจสำนวนและร่างคำพิพากษาที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมาตั้งแต่ดั้งเดิม โดยถือว่าเป็นการตรวจสอบภายในองค์กร  เพื่อให้เกิดความถูกต้องเป็นธรรมแก่คู่ความ  และเป็นการช่วยดูแลมาตรฐานของคำพิพากษาที่จะมีผลกระทบต่อประชาชน    อีกทั้งยังเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์ จากผู้พิพากษาผู้ใหญ่  ไปยังผู้พิพากษารุ่นต่อๆมา  แต่การตรวจร่างคำพิพากษายังคงให้อิสระแก่องค์คณะผู้พิพากษาที่จะยืนยันคำตัดสินของตน  โดยไม่จำต้องปฏิบัติตามความเห็นที่มีลักษณะเป็นข้อทักท้วงของผู้พิพากษาผู้ใหญที่ต้องมีความรับผิดชอบในการทำความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษร และสามารถตรวจสอบได้  ครั้น มีการร่าง รธน.ปี 2540  มีแนวคิดให้องค์คณะผู้พิพากษามีอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดีปราศจากการตรวจสอบโดยห้ามผู้พิพากษาที่เป็นผู้บริหารศาลตรวจสำนวนและร่างคำพิพากษาก่อนอ่านให้คู่ความฟัง  
หลังจากนั้น มีสถิติซึ่งรวบรวมไว้ ปรากฎชัดแจ้งว่า  คำพิพากษาศาลชั้นต้นถูกกลับและแก้ไขโดยศาลสูงมากขึ้นเป็นลำดับๆ จนน่าตกใจ (ตามรายงานการศึกษาของคณะทำงานเพื่อพิจารณาผลกระทบจากการปรับโครงสร้างศาลตาม รธน.2540 ) ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผลคำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงตก แก่ประชาชน  เพราะมีความผิดพลาดเกิดมากขึ้น  แม้คำพิพากษาศาลชั้นต้นจะถูกแก้ไขโดยศาลสูงให้ถูกต้องสมบูรณ์ก็ตาม  
ครั้นเมื่อมี รธน.ปี 2550  จึงมีการแก้ไขกฎหมายกลับมาใช้ระบบตรวจคำพิพากษาแบบเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน  ซึ่งมิได้ถือว่าเป็นการแทรกแซงการตัดสินคดี  แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ถูกต้อง และให้เกิดความละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น   ดังนั้น  การเสนอให้แก้ไขกฎหมายเพื่อให้องค์คณะผู้พิพากษาใช้ดุลพินิจอย่างอิสระ  โดยผู้เสนอความเห็นมิได้ศึกษาข้อมูล และความเป็นมาของระบบการตรวจสำนวนและร่างคำพิพากษาที่ใช้อยู่ภายในองค์กรศาลยุติธรรม และปัญหาที่เกิดขึ้นจากการห้ามตรวจสอบร่างคำพิพากษาก่อนอ่านให้คู่ความฟังทุกกรณี ให้ถ่องแท้เสียก่อน   อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบการพิจารณาพิพากษาคดี  ความเสียหายย่อมตกแก่ประชาชนในที่สุด  ดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต

ข่าวล่าสุด