พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ ในท้องที่แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ของวัดดอนเมือง แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ให้แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) เพื่อใช้ประโยชน์ในกิจการท่าอากาศยาน
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ ในท้องที่แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ของวัดดอนเมือง แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ให้แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) พ.ศ. ๒๕๖๒"
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ ในท้องที่แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ ๘ ไร่ ๒ งาน ๘๘ ตารางวา ของวัดดอนเมือง แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ให้แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) ได้ทําสัญญาเช่าที่ธรณีสงฆ์ ในท้องที่แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ของวัดดอนเมือง แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เนื้อที่รวม ๘ ไร่ ๒ งาน ๘๘ ตารางวา ตามโฉนดที่ดิน เลขที่ ๒๖๖๙๕ เพื่อใช้ประโยชน์ในกิจการท่าอากาศยานตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ เป็นต้นมา และปัจจุบันได้มีการปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าวบางส่วนเป็นลานจอดอากาศยานเพื่อเพิ่มจํานวนหลุมจอดอากาศยาน และเป็นเส้นทางสําหรับนําอากาศยานเข้าและออกจากโรงเก็บอากาศยาน ประกอบกับที่ธรณีสงฆ์ดังกล่าว อยู่ในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ จึงมีความจําเป็นต้องใช้ประโยชน์ในที่ธรณีสงฆ์ดังกล่าว เพื่อปรับปรุง และเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้ประกอบการและผู้โดยสารอากาศยานที่จะมีเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) ได้ติดต่อกับสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อขอ โอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ดังกล่าวให้แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) และสํานักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติได้นําเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาแล้วไม่ขัดข้อง และวัดดอนเมืองได้รับค่าผาติกรรม จากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) แล้ว สมควรโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ดังกล่าวให้แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) จึงจําเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้