เนชั่นทีวี

ข่าว

วีรศักดิ์ชี้ส่งออกอัญมณี8เดือนโต45.81%

02 ต.ค. 2562 | orawan_jan

วีรศักดิ์ชี้ส่งออกอัญมณี8เดือนโต45.81%

"วีรศักดิ์" เผยยอดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ 8 เดือนพุ่ง 11,452 ล้านดอลลาร์ เพิ่ม 45.81% ได้รับอานิสงค์จากการส่งออกทองคำที่เพิ่มขึ้นกว่า 100% ระบุอาเซียนเติบโตสูงสุด ตามด้วยอินเดีย

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศลรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยในช่วง 8 เดือนของปี 2562 (ม.ค.-ส.ค.) มีมูลค่า 11,452.89 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 45.81% คิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 357,954.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.40% 


หากหักทองคำ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความผันผวนออกการส่งออกมีมูลค่า 5,240.49 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7.92% และคิดเป็นเงินบาท มีมูลค่า 164,215.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.41% โดยการส่งออกเฉพาะทองคำมีมูลค่าถึง 6,212.40 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 107.16%

 


สำหรับตลาดที่การส่งออกขยายตัวสูงสุด คือ อาเซียนเพิ่ม 190.80%จากการส่งออกไปสิงคโปร์ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 85% เพิ่มขึ้น 307% กัมพูชาเพิ่ม 137% รองลงมา คือ อินเดีย เพิ่มขึ้น 84.14%จากการที่ชนชั้นกลางในอินเดียมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทำให้มีความต้องการบริโภคสินค้าอัญมณี และเครื่องประดับเพิ่มขึ้น


โดยสินค้าที่เติบโตดี คือ เพชร โลหะเงิน พลอย ส่วนตลาดอื่นๆ เช่น ฮ่องกง ลด 1.85% สหภาพยุโรป ลด 0.74% สหรัฐฯ ลด 7.69% ตะวันออกกลาง ลด 0.86% ญี่ปุ่น ลด 6.48% จีน ลด 13.76% ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ลด 13.11% รัสเซียและประเทศเครือรัฐเอกราช ลด 72.69%

 


"การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับที่เพิ่มขึ้นส่งผลดีต่อเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจของไทย เพราะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำทั้งคนคัดพลอย ช่างเจียระไน ช่างฝีมือ ช่างผลิต รวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ ประกันภัย โลจิสติกส์ และผู้ส่งออกโดยปัจจุบันเป็นสินค้าที่ทำเงินเข้าประเทศเป็นอันดับ 3 รองจากยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ก่อให้เกิดเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจปีละ 1 ล้านล้านบาท คิดเป็น 6% ของจีดีพี และมีการจ้างงานในระบบกว่า 7 แสนคน"นายวีรศักดิ์กล่าว

 


นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)หรือจีไอที กล่าวว่าแนวโน้มการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับในช่วงที่เหลือของปีนี้มีความท้าทายและอุปสรรค โดยเฉพาะความตรึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ยังไม่มีความชัดเจน การออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit) ความขัดแย้งในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางการประท้วงในฮ่องกง ความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้และค่าเงินบาทที่ยังมีความผันผวนสูง 


ซึ่งผู้ส่งออกต้องรู้จักบริหารความเสี่ยงด้วยการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าและต้องหาทางลดต้นทุน รวมทั้งเพิ่มการขายสินค้าเจาะจงกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้นและเพิ่มช่องทางการขายออนไลน์

 


ส่วนโอกาสจากปัญหาสงครามการค้า หากสหรัฐฯเก็บภาษีจากจีนเพิ่มขึ้น จะทำให้ผู้นำเข้าสหรัฐฯ หันมาซื้อจากไทยทดแทนผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมพร้อมผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ มาตรฐานและต้องคำนึงถึงกฎระเบียบใหม่ๆ ที่สหรัฐฯ จะนำมาใช้ เช่น การสำแดงที่มาของวัตถุดิบที่ไม่ใช้แรงงานทาสหรือเงินสนับสนุนก่อการร้าย 



แต่ในทางกลับกันหากจีนส่งออกไปสหรัฐฯ ได้ลดลง ก็จะนำเข้าจากไทยลดลง เช่น พลอยสีซึ่งผู้ประกอบการจะต้องเร่งกระจายความเสี่ยงหาตลาดใหม่ เช่น ประเทศในตะวันออกกลางเป็นต้น

ข่าวล่าสุด