แต่หากย้อนกลับไปวันแรกในการเหยียบแผ่นดินอเมริกาวันแรก (22 ก.ย.) นอกจากบรรยากาศกองเชียร์ที่รอรับหน้าที่พักแล้ว ถือเป็นคิวสำคัญต่อการพบปะคนไทยจำนวน 175 ราย ตั้งแต่หัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทยในนครนิวยอร์ก เครือข่ายสมาคมและชมรมคนไทย กลุ่มนักวิชาชีพชาวไทยในรัฐนิวยอร์กและรัฐใกล้เคียง ผู้แทนสมาคมนักวิชาชีพไทยในสหรัฐฯ และแคนาดา นักศึกษาไทยในสหรัฐ ภายในโรงแรมพลาซา แอทธินี
เนื้อหาที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดกับกลุ่มคนไทยครั้งนี้ เกี่ยวกับถ้อยแถลงที่จะกล่าวในนามอาเซียนในบทบาทเวทีโลกที่จะเกิดขึ้น ให้สอดคล้องกับหัวข้อหลักของการเป็นประธานอาเซียนของไทย "ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน" รวมไปถึงวิสัยทัศน์ของรัฐบาล และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน
ประกาศความสำเร็จหลักประกันสุขภาพ
จากนั้นถึงวาระสำคัญต่อการเข้าร่วมพิธีการเปิดการประชุมเต็มคณะ ในการประชุมระดับสูงด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่สำนักงานใหญ่ สหประชาชาติ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้ประกามความสำเร็จของไทยในการพัฒนาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เข้าถึงประชาชนในทุกระดับ และเป็นต้นแบบการพัฒนาสาธารณสุข โดยยึดหลักความเท่าเทียม-ประสิทธิภาพ-การมีส่วนร่วม และยังสนับสนุนให้ทุกประเทศบรรลุเป้าหมายของการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ให้ไทยเป็นตัวอย่างของประเทศรายได้ต่อหัวระดับปานกลางที่ประสบความสำเร็จ
ตั้งเป้าลดใช้พลังงานปี 2025
กระทั่งวันที่ 23 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้าร่วมประชุมและกล่าวถ้อยแถลงในนามประเทศสมาชิกอาเซียน ในการประชุม "United Nations Climate Action Summit 2019" เกี่ยวกับปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบที่เพิ่มขึ้นก็เป็นภัยคุกคามต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาค ดังนั้นในฐานะผู้นำอาเซียน จะพยายามดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีเป้าหมายลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 30 ภายในปี 2025 และได้กำหนดเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นร้อยละ 23 ภายในปี 2025