กรณีสังคมออนไลน์มีการโพสต์คลิปภาพเหตุการณ์รุนแรงบนท้องถนน เป็นเหตุการณ์ที่ชายหนุ่มคนหนึ่ง ได้ขับรถกระบะพุ่งชนรถเบนซ์ ก่อนจะใช้ไม้เบสบอลมาทุบที่รถเบ๊นซ์คู่กรณี ก่อนจะขับรถหนีออกไป
เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่19 กันยายนที่ผ่านมา บริเวณหน้าศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 24 กันยายน มีรายงานแจ้งว่า ตำรวจ ฝ่ายสืบสวนนครบาลบางนา ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดหาเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายพบว่ารถคนร้ายใช้เป็นรถกะบะ ยี่ห้อ เชฟโรเล็ต ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับขี่หลบหนีไปตามเส้นทางถนนสุขุมวิทก่อนเลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 68 เขตบางนา ก่อนเข้าไปจอดไว้ริมถนน และเดินลงจากรถ
พร้อมกันนี้ยังมีพยานในซอยดังกล่าวระบุว่า พบเห็นเจ้าของรถคันนี้ขับมาจอด โดยไม่เคยพบเห็นมาก่อน ซึ่งเจ้าตัวได้สอบถามว่ามาจากไหน ทางคนร้ายตอบเพียงว่าขายของมาจากจังหวัดชลบุรี ก่อนจะเดินหายไป ทำให้เป็นเบาะแสที่สำคัญ จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากนั้นทางตำรวจจึงเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมพบว่ามีบุคคลมาขับรถคันนี้ออกไป โดยที่ไม่ใช่ตัวคนร้าย คาดว่าเป็นคนรู้จักกันมาเอารถกลับ โดยขับขี่ออกจากซอยวิ่งไปตามถนนสุขุมวิท แล้วเลี้ยวเข้าถนนถนนเทพรัตน(บางนา-ตราด) ขาออก มุ่งหน้าจังหวัดชลบุรี
อย่างไรก็ตามยังมีเบาะแสอีกว่าเสื้อแจ็คเก็ตที่คนร้ายสวมใส่ขณะก่อเหตุนั้นเป็นเสื้อของหน่วยงานราชการมีสีอีกด้วย ซึ่งทางตำรวจกำลังหาเบาะแสเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ความคืบหน้าล่าสุดช่วงเช้าวันที่27 ก.ยนายนราธิปศรีหนองโคตรคนขับรถกระบะเชฟโรเลตที่ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวกับตำรวจสน.บางนาแล้วหลังจากที่หนีไปกบดานอยู่ที่บ้านในจังหวัดมหาสารคามจนถูกตำรวจออกหมายเรียกมาให้ปากคำ
นายนราธิปยอมรับว่าก่อเหตุจริงแต่อ้างว่าทำไปเพราะความโมโหเนื่องในวันเกิดเหตุตนเองขับรถมาทางตรงเลนซ้ายแต่จู่ๆรถเบนซ์ของคู่กรณีก็ขับเบียดแซงเข้ามาและเปิดกระจกต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคายโดยคนขับรถเป็นเพียงเด็กผู้หญิงใส่ชุดนักเรียนอายุไม่เกิน15 ปีซึ่งขณะนั้นตนเองมีภาวะเครียดจากปัญหารุมเร้าหลายอย่างทั้งเพิ่งตกงานถูกจับคดีละเมิดสิทธิ์ทำให้บันดาลโทสะคว้าท่อนเหล็กยาวที่ซื้อมาไว้แต่งรถไปทุบรถของคู่กรณีรอบคันก่อนจะขับรถหนีกลับบ้านที่จังหวัดมหาสารคาม
นอกจากนี้นายนราธิปยังระบุอีกว่ากังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะตนเองอ่านข่าวในโซเชียลพบว่ามีการเปลี่ยนตัวคนขับจากเด็กผู้หญิงที่ตนเองเห็นเป็นชายอายุ50 ปีซึ่งในวันเกิดยืนยันว่าเห็นเด็กหญิงขับรถมาเพียงคนเดียวส่วนกระแสข่าวที่ออกมาว่าตนเองใส่เสื้อที่มีตราราชการนั้นเพราะตนเองเคยเป็นทหารแต่ปัจจุบันไม่ได้เป็นแล้ว
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเตรียมแจ้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์ส่วนประเด็นการเปลี่ยนคนขับจะต้องรอสอบปากคำนายนราธิปและคู่กรณีอย่างละเอียดอีกครั้ง