นักธุรกิจสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต แฉแก็งทนายความต้มตุ๋น อ้างนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ออกโฉนดที่ดิน สูญเงินกว่า 80 ล้านบาท ขณะที่ รอง ผบช.ภ.8 เผยทนายความ คดีบุกรุกป่าเกาะนาคาน้อย เข้ามอบตัวตำรวจแล้ว พบพฤติกรรมชอบแอบอ้างชื่อนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

วันนี้ (27ก.ย.) นายชาญวิทย์ กิจเลิศสิริวัฒนา นักธุรกิจสังหาริมทรัพย์ ได้เดินทางเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน เพื่อแฉพฤติกรรมของทนายความชื่อดังรายหนึ่งพร้อมพวก ได้หลอกลวง ต้มตุ๋น และแอบอ้าง นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ว่า สามารถดำเนินการออกโฉนดที่ดิน บนเกาะนาคาน้อย อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เมื่อปี 2559 เพื่อครอบครองเป็นกรรมสิทธิ์

เสี่ยที่ดินภูเก็ต แฉแหลก "แก๊งทนายความจอมตุ๋น" อ้างสนิทบิ๊กนายพลตำรวจ


โดยนายณรงค์ฤทธิ์ ได้เข้ามาตีสนิทและอ้างว่า รู้จักกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และผู้มีอำนาจ ที่ออกโฉนดที่ดินดังกล่าวได้ ประมาณ 50 ไร่ ซึ่งเป็นใบ ภบท.5 แต่ต้องแลกกับค่าดำเนินการ ซึ่งผู้เสียหายก็หลงเชื่อ และให้ดำเนินการ ซึ่งตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา เสียเงินไปแล้วรวมกว่า 80 ล้านบาท โดยมีการนำผู้เสียหายเข้าไปพลตำรวจเอกนายหนึ่ง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือกับผู้เสียหาย ว่าสามารถดำเนินการได้ แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กับไม่มีการลงพื้นที่รังวัด หรือดำเนินการจากสำนักที่ดินอำเภอถลาง จนกระทั่งมีหนังสือจากสำนักงานที่ดินอำเภอถลาง ลงในเดือน พฤศจิกายน 2561 โดยอ้างว่า ขอเลื่อนการรังวัดไปก่อน จนมาทราบที่หลังว่า เป็นเอกสารปลอม
จนกระทั่งความแตก ในเดือนธันวาคม 2561 เพราะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่พาไปพบในตอนแรก ได้เดินทางลงพื้นที่มาจับกุมตนเองในข้อหา บุกรุกพื้นที่ป่า เกาะนาคาน้อย จึงรู้ว่าทนายความรายนี้ พร้อมกับพวก ได้ร่วมกันหลอกลวง ซึ่งพลตำรวจเอกนายดังกล่าวไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย และยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน ทำการติดตามกลุ่มของทนายความจอมแสบรายนี้แล้ว โดยตนได้ไปแจ้งความเอาไว้ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ซึ่งศาลแขวงจังหวัดนนทบุรี ได้อนุมัติหมายจับทนายความรายนี้ ในข้อหาฉ้อโกงแล้ว

เสี่ยที่ดินภูเก็ต แฉแหลก "แก๊งทนายความจอมตุ๋น" อ้างสนิทบิ๊กนายพลตำรวจ


ทั้งนี้ จึงฝากเตือนไปยังประชาชน ที่มีความคิดจะออกโฉนดในลักษณะเดียวกันกับตนเอง ให้ระมัดระวังขบวนการของทนายความชื่อดังรายนี้พร้อมพวก เพราะเชื่อว่า อาจไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกับตนอีกวันเดียวกันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบช.ภ.8 เปิดเผยว่า จากกรณีที่หน่วยป้องกันรักษาป่า ภก. (ถลาง) ตรวจพบการบุกรุกพื้นที่ป่าบนเกาะนาคาน้อย อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และต่อมามีการแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัท ภูเขาหกลูก จำกัด และนายชาญวิทย์ กิจเลิศสิริวัฒนา กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ เป็นผู้ต้องหาในคดี โดยพบว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นหลายครั้งตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2560 จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2561 นั้น

จากการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่านอกจากบริษัท ภูเขาหกลูกฯ ผู้ต้องหาที่ 1 และนายชาญวิทย์ฯ ผู้ต้องหาที่ 2 แล้ว ยังพบว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดเพิ่มเติม คือ ทนายความที่ก่อเหตุรายนี้ ซึ่งเป็นทนายความของผู้ต้องหาที่ 1

และต่อเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2562 ที่ผ่านมา ทนายความฯ รายนี้ ได้เดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ถลาง ตามหมายเรียก เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐาน "ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือเข้ายืดถือครอบครอง เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต" เป็นผู้ต้องหาที่ 3 ในคดี

พล.ต.ต.นันทเดช เปิดเผยอีกว่า สำหรับคดีดังกล่าวพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. (มค.) ได้เคยลงพื้นที่เร่งรัดการดำเนินคดี และให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะกรณีการบุกรุกที่ดินของรัฐ ซึ่งก็ว่ากันไปตามพยานหลักฐานต่างๆ และกรณีที่มีความไม่ชัดเจนในส่วนของรายละเอียด ก็ได้สั่งการให้มีการอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ส่วนกรณีข้อพิพาทของเอกชนซึ่งมีการฟ้องร้องกันไปมาก็ว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ในการลงพื้นที่ครั้งนั้น ยังได้มีการพบหลักฐานบางอย่าง ที่จะเชื่อมโยงไปสู่การออกเอกสารสิทธิที่ดินบนเกาะนาคาน้อย ซึ่งคาดว่าจะมีความกระจ่างมากขึ้น รวมทั้งในกรณีของการปลูกสิ่งปลูกสร้างบนเกาะโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ในส่วนของทางเทศบาลตำบลป่าคลอก ก็ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีต่อทางผู้กระทำผิดแล้วพร้อมสั่งให้สอบสวนขยายผลเอาผิดกับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวพัน มาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เช่นกัน ส่วนความถูกต้องของเอกสารสิทธินั้น เป็นหน้าที่ของทางกรมที่ดินในการตรวจสอบต่อไป


มีรายงานว่า สำหรับทนายความที่ก่อเหตุรายนี้ ยังพบว่ามีพฤติกรรมชอบแอบอ้าง และยังชอบอ้างว่ามีความสนิทกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ว่าสามารถช่วยคดีให้ลูกความได้ เมื่อพล.ต.อ.ศรีวราห์ ทราบเรื่องดังกล่าว จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าทำการจับกุมและดำเนินคดี ทั้งนี้ เบื้องต้นพบว่า ทนายความฯรายนี้ มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดฐานบุกรุกป่าฯ จึงให้ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป