กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บมจ.การบินไทย พร้อมทบทวนแผนจัดหาฝูงบิน 38 ลำ เพื่อให้สอดคล้องปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง เชื่อไม่กระทบภาพรวมธุรกิจเหตุเตรียมเสนอบอร์ดการบินไทยเดือนต.ค. เช่าเครื่องเสริม 3 ลำ ทยอยส่งมอบต้นปี 63 รองรับ ด้าน รมช.คมนาคม ยันไม่ได้ขัดขวางแผนจัดหาฝูงบิน แต่ต้องยึดผลประโยชน์ชาติ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

สุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บมจ.การบินไทย ระบุ มติบอร์ดการบินไทยที่ให้ฝ่ายบริหารกลับไปทบทวนแผนจัดหาฝูงบินใหม่ และให้กับมาเสนอบอร์ดการบินไทยภายใน 6 เดือน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันนั้น ถือเป็นการให้โอกาสการบินไทยกลับมาทบทวนแผนจัดหาให้เป็นปัจจุบันมากที่สุด เพราะต้องยอมรับว่าแผนที่ถูกสั่งให้ทบทวนมีการศึกษามาแล้ว 12 เดือน ประกอบกับสถานการณ์ในตลาดการบินปัจจุบัน มีการแข่งขันรุนแรง โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอส์ต) ที่มียอดสั่งซื้อเครื่องบินรวมกว่า 500 ลำ 
สำหรับแผนจัดหาฝูงบินที่ถูกชะลอออกไปอีก 6 เดือนนั้น ยืนยันว่าจะไม่กระทบกับภาพรวมการดำเนินงานของการบินไทย เนื่องจากขณะนี้การบินไทยมีแผนเช่าเครื่องบิน Boeing 777-300ER จำนวน 3 ลำ รองรับผู้โดยสาร 300 ที่นั่งเข้ามาเสริมธุรกิจ เบื้องต้นเตรียมเสนอบอร์ดการบินไทยพิจารณาอนุมัติในเดือน ต.ค.นี้ หากบอร์ดเห็นชอบก็จะสามารถเริ่มขั้นตอนจัดหาได้ทันที เนื่องจากการเช่าเครื่องบินในจำนวนดังกล่าว ไม่ต้องเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงคาดว่ากระบวนการจัดหาจะใช้เวลาราว 4 เดือน ทยอยรับมอบในช่วงต้นปี 2563 มีระยะเวลาเช่าประมาณ 6 ปี 
ส่วนสถานการณ์ของอุตสาหกรรมการบินปีนี้ นอกจากภาวะการแข่งขันแล้ว ยังมีปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ คือ เงินบาทแข็งค่า ส่งผลให้รายได้ค่าโดยสารเฉลี่ยลดลงราว 5% ขณะเดียวกันยังได้รับผลพวงจากด้านเศรษฐกิจ ที่กระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งการบินไทยยังประสบปัญหาเครื่องบินเสีย เมื่อเข้าซ่อมก็กระทบบางเที่ยวบิน
ด้าน ถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ระบุ มติบอร์ดการบินไทยที่ตีกลับแผนการจัดหาเครื่องบิน 38 ลำ มูลค่า 1.56 แสนล้านบาท ให้ฝ่ายบริหารไปทบทวน ถือเป็นเรื่องดีที่บอร์ดการบินไทยเพิ่มความระมัดระวังด้านแผนกลยุทธ์มากขึ้น เนื่องจากตอนนี้การบินไทยประสบกับสภาวะขาดทุนต่อเนื่อง 
ทั้งนี้ รมช.คมนาคม ยืนยันว่าไม่ได้ขัดขวางแผนการจัดหาเครื่องบิน 38 ลำ เพียงแต่ต้องการรักษาผลประโยชน์ของประชาชน เนื่องจากการบินไทยเป็นสายการบินแห่งชาติ พร้อมย้ำว่ารัฐมนตรีไม่ได้มีหน้าที่เข้าไปประเมินการทำงานของใคร แต่ขอให้บอร์ดและฝ่ายบริหารประเมินตัวเองว่ารับผิดชอบอย่างไรเมื่อเกิดปัญหา
อย่างไรก็ตาม จะไม่มีการขีดเส้นตายการทำงานของใคร แต่หากไตรมาสสุดท้ายผลประกอบการยังไม่ดีขึ้น จะนัดฝ่ายบริหารการบินไทยหารือร่วมกันว่าจะรับผิดชอบ