กรมการค้าต่างประเทศ ตอกย้ำความสำเร็จโครงการ YEN-D นำนักธุรกิจไทยบุกตลาดอินโดนีเซีย เจรจาจับคู่ธุรกิจกว่า 23 คู่ สร้างมูลค่าการค้าการลงทุนกว่า 760 ล้านบาท พร้อมปักหมุดแดนภารตะต่อในปี 63

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline
นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 22กันยายนที่ผ่านมากรมฯ ได้จัดคณะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทย (YEN-D) เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถและขยายโอกาสให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทยและเพิ่มมูลค่าการค้า/การลงทุนระหว่างไทย- อินโดนีเซีย ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียโดยมีผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทยเข้าร่วมเจรจาธุรกิจ กว่า 50 รายร่วมกับนักธุรกิจชาวอินโดนีเซียประมาณ 300 ราย รวมทั้งนักธุรกิจจากประเทศมาเลเซียกัมพูชา และเวียดนาม

 


ทั้งนี้ ผลการเจรจาจับคู่ธุรกิจมีการตกลงทำธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับอินโดนีเซียมากกว่า 23 คู่โดยคาดว่าภายใน 3 ปี จะก่อให้เกิดมูลค่าการค้าระหว่างกันมากกว่า 760 ล้านบาทซึ่งธุรกิจที่ทำการเจรจาซื้อขายกันมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มธุรกิจสินค้าแม่และเด็กกลุ่มธุรกิจอุปกรณ์และส่วนประกอบจากการผลิตโลหะและสแตนเลสในอุตสาหกรรมและกลุ่มธุรกิจยางอุตสาหกรรม เป็นต้น

 


นอกจากการเจรจาธุรกิจแล้วผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้รับเกียรติจากผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศณ กรุงจาการ์ตา และผู้แทนจากบริษัท Regional Container Lines (RCL) กับบริษัทPT. TNIS SERVICE INDONESIA ซึ่งเป็นบริษัทไทยที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจในอินโดนีเซียมาร่วมให้ความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการทำธุรกิจในประเทศอินโดนีเซียด้วย

 


นายอดุลย์ กล่าวว่าสำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมเจรจาส่งเสริมการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านกิจกรรมสุดท้ายประจำปีงบประมาณ2562 ซึ่งตลอดปีที่ผ่านมา กรมฯได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้านมาโดยตลอดเพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างศักยภาพให้กับผู้ประกอบการไทยในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันทางการค้าและการลงทุนในระดับภูมิภาคสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์และกรมฯเพื่อเป็นกลไกช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนและการค้าในภาพรวมของประเทศ โดยโครงการ YEN-Dถือเป็นหนึ่งในโครงการที่ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมากซึ่งเป็นโครงการที่ช่วยสร้างมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านให้เพิ่มสูงขึ้นและยังทำให้เกิดการกระชับความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างผู้ประกอบการไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

 


นอกจากนี้ ในปี 2563 การดำเนินโครงการ YEN-Dจะยังคงมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมาย คือ มาเลเซียและอินโดนีเซียเช่นเดิมแต่จะมีการขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในประเทศอินเดียเพิ่มขึ้นด้วยเนื่องจากอินเดียมีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากจีน และเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงจึงถือเป็นอีกตลาดสำคัญที่จะช่วยขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้กับผู้ประกอบการไทย

 


ทั้งนี้โครงการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน (YoungEntrepreneur Network Development Program : YEN-D Program) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี2558 ตามนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา)โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทยกับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของประเทศเพื่อนบ้านมาพบเจอกันเพื่อทำความรู้จักจนเกิดความสนิทสนมและนำมาซึ่งการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจภายใต้แนวคิดของโครงการที่ว่า "ความสัมพันธ์แบบเพื่อนมาก่อนแล้วธุรกิจจะตามมาเอง"