ชาวสวน-โรงคัดบรรจุลำไยภาคตะวันออก ผวาส่งออกจีนไม่ได้ เร่งกรมวิชาการเกษตร รับรองมาตรฐานการผลิตพืช GAPและGMP ด้านสวพ.6 ระดมเจ้าหน้าที่ตรวจรับรองแปลง คาดปีนี้จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดไม่ต่ำกว่า 4 แสนตัน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

นายชลธี นุ่มหนู  ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 (สวพ.6) กรมวิชาการเกษตร เผยว่า เพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันปัญหาด้านการส่งออกผลผลิตลำไยนอกฤดูพื้นที่ภาคตะวันออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน 62 เป็นต้นมา

รัฐฯ หนุนเกษตรลำไย ขึ้นทะเบียน GAP เพื่อส่งออกไปจีน


วพ.6 ได้ระดมเจ้าหน้าที่อย่างเต็มกำลังพร้อมกำหนดกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจรับรองแปลง GAP พืช และโรงคัดบรรจุ GMP ให้ทันต่อความต้องการของเกษตรกรและผู้ประกอบการที่จะต้องใช้ใบรับรองในการจำหน่ายผลผลิต เพื่อการส่งออกไปจีน อาทิ.. 

รัฐฯ หนุนเกษตรลำไย ขึ้นทะเบียน GAP เพื่อส่งออกไปจีน


สนับสนุนให้โรงคัดบรรจุรับซื้อผลผลิตจากสวนที่เป็นลูกค้าของโรงคัดบรรจุเองและเป็นสวนที่ได้รับการรับรองแปลง GAP ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เป็นรายตำบล 
บูรณาการทำงานร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆพร้อมฝึกอบรมแบบเข้มข้นให้กับเกษตรกรที่มีศักยภาพและมีความตั้งใจผลิตผลไม้ให้มีคุณภาพ
กำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการรับรองฯเดือนละ 2 ครั้งเพื่อพิจารณาออกใบรับรองให้รวดเร็วขึ้น
รวมทั้งจัดทีมอาสาสมัคร GAP ประจำพื้นที่ เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจรับรองในการให้คำแนะนำการปฏิบัติตามขั้นตอนและบันทึกข้อมูล เพื่อการตรวจรับรองที่รวดเร็วและคงไว้ซึ่งมาตรฐานทำให้เกษตรกรสามารถใช้ใบรับรองประกอบการจำหน่ายผลผลิตได้ทันเวลาในฤดูกาลนี้

รัฐฯ หนุนเกษตรลำไย ขึ้นทะเบียน GAP เพื่อส่งออกไปจีน


นายชลธี กล่าวถึงสถานการณ์ฤดูกาลผลผลิตลำไยนอกฤดูในพื้นที่ภาคตะวันออก ในขณะนี้ด้วยว่า ผลผลิตจะเริ่มทยอยออกตั้งแต่เดือนปลายเดือนกันยายน 62 - พฤษภาคม 63 
โดยปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกที่ให้ผลผลิตรวมประมาณ 200,000 ไร่ คาดว่าผลผลิตจะออกประมาณ 400,000 ตันหรือ ให้ผลผลิตประมาณ 1,900-2,000กก./ไร่ และมีเกษตรกรผู้ปลูกที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรอยู่จำนวน 7,000 ราย

รัฐฯ หนุนเกษตรลำไย ขึ้นทะเบียน GAP เพื่อส่งออกไปจีน


ส่วนความคืบหน้าในการตรวจรับรองแหล่งผลิตพืชลำไยพื้นที่ 7 จังหวัดภาคตะวันออก ประกอบด้วย จันทบุรี  ,ระยอง , ชลบุรี , ฉะเชิงเทรา , ปราจีนบุรี และสระแก้ว 

ขณะนี้มีเกษตรกรมาจดทะเบียนแล้วจำนวน 3,435 แปลง 3,175 รายคิดเป็นพื้นที่ 72,575.78 ไร่ ในจำนวนดังกล่าว ผ่านการรับรองQแล้วจำนวน 2,998 แปลงเกษตรกร 2,575 รายคิดเป็นพื้นที่ 58,432.18 ไร่ และอยู่ระหว่างการตรวจจำนวน 437 แปลงเกษตรกร 600 รายคิดเป็นพื้นที่ 14,143.60 ไร่

รัฐฯ หนุนเกษตรลำไย ขึ้นทะเบียน GAP เพื่อส่งออกไปจีน


โดยจันทบุรี มีเกษตรกรมาจดทะเบียนมากที่สุด จำนวน 3,003 แปลงเกษตรกร 2,762 รายคิดเป็นพื้นที่ 66,351.10 ไร่ ผ่านการรับรองQ แล้วจำนวน 2,660 แปลงเกษตรกร 2,248 รายคิดเป็นพื้นที่ 53,608.50 ไร่ และอยู่ระหว่างการตรวจจำนวน 343 แปลงเกษตรกร 513 รายคิดเป็นพื้นที่ 12,742.60 ไร่ 
ส่วนผลดำเนินการตรวจรับรองโรงคัดบรรจุ ได้รับการรับรอง GMP ลำไยแล้วจำนวนทั้งสิ้น 65 โรง แบ่งเป็นจันทบุรี 59 โรง อยู่ระหว่างตรวจ 4 โรง ระยอง 1 โรง สระแก้ว 1 โรง 

รัฐฯ หนุนเกษตรลำไย ขึ้นทะเบียน GAP เพื่อส่งออกไปจีน


นายชลธี กล่าวด้วยว่า ขณะนี้เกษตรกรและผู้ประกอบการผลไม้ภาคตะวันออกมีความตื่นตัวในการเข้าสู่ระบบรับรองมาตรฐานการผลิตพืช GAPและGMP มากขึ้น เนื่องจากมองว่าจีนเป็นตลาดส่งออกที่มีอนาคตที่จะช่วยยกระดับราคาลำไยและเพิ่มรายได้ของเกษตรกร โดยปัจจุบันผลผลิตลำไยนอกฤดูในพื้นที่ภาคตะวันออกเกือบ 100% ส่งออกไปจีน แทบจะไม่ได้ขายในประเทศเลยทางโรงคัดบรรจุจะซื้อหมดทุกเกรด ทำให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญในการศึกษาเรียนรู้ขบวนการผลิตที่ได้คุณภาพมาตรฐานและการส่งออก ตามข้อกำหนด ไทย-จีน ที่จะต้องแจ้งข้อมูลแปลงและโรงคัดบรรจุผลไม้ 5 ชนิด คือ  ทุเรียน , มังคุด , ลำไย , ลิ้นจี้ , มะม่วง

และของจีน 5 ชนิด คือ แอปเปิล , สาลี่ , ส้มพุทรา , องุ่น
ตามพิธีสารที่ได้กำหนดจะต้องผ่านการรับรองแหล่งผลิต GAP พืช และรับรองโรงคัดบรรจุ GMP เท่านั้นถึงจะส่งออกได้ 


อย่างไรก็ตามนอกจากการเร่งรับการตรวจมาตรฐานการผลิตพืช GAP และ GMP แล้ว สวพ.6 ยังได้ร่วมกับสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดน ไทย-กัมพูชา 
จันทบุรี และสมาคมชาวสวนลำไยจัดประชุมชี้แจงและให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกำหนดตามหลักปฏิบัติสำหรับกระบวนการรมผลไม้สดด้วยชัลเฟอร์ไดออกไซด์ และมาตรฐานโรงคัดบรรจุผลไม้ทั้งเปลือก เพื่อการผลิตและการส่งออกลำไยให้ได้คุณภาพให้แก่ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุ และโรงรมชัลเฟอร์ไดออกไชต์ 

ผู้ส่งออกลำไยตลอดจนเกษตรกรชาวสวนลำไยและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเตรียมจัดงาน "รวมพลังชาวสวนภาคตะวันออก เข้าสู่ระบบรับรองมาตรฐานการผลิตพืช GAP" ขึ้นในวันที่ 11 ต.ค.62 นี้ ณ ลานขนถ่ายสินค้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงความสำคัญในการสู่การรับรองมาตรฐาน GMP และ GAP