กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดสัมมนา "TopThai Flagship Store" ซึ่งเป็นโครงการเพื่อปักหมุดนำสินค้าแบรนด์ไทยขึ้นขายใน TopThai Flagship Store บนแพลตฟอร์ม Tmall Global หวังเพิ่มเป้าส่งออกกลุ่มสินค้าอาหารและผลไม้ สินค้าแฟชั่น สินค้าสุขภาพและความงามในตลาดจีน มีบริษัทที่สนใจเข้าร่วมรับฟังกว่า 170 บริษัท

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline
นายวิทยากร มณีเนตรรองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าความต้องการสินค้าไทยในตลาดจีนมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากสินค้าไทยในสายตาลูกค้าชาวจีนเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูงโดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มสินค้าอาหารและผลไม้ (Food) หมวดสุขภาพและความงาม(Personal Care) และ สินค้าแฟชั่น (Fashion) ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีการค้นหาบนเว็บไซต์สูงสุดและขายดีบนช่องทางออนไลน์ในจีนโดยทางเว็บไซต์ Tmall Global ในเครือบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ปได้เข้าหารือกับกรมฯ เพื่อตั้งเป้าร่วมมือส่งเสริมการขายสินค้าไทยในกลุ่มดังกล่าวและเตรียมจัดตั้ง "TopThai Flagship Store" บนเว็บไซต์Tmall Global ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นหน้าร้านค้าของไทยที่จะรวบรวมสินค้าไทยคุณภาพวางจำหน่ายบนเว็บไซต์ดังกล่าว

 

การจัดตั้ง "TopThai FlagshipStore" บน TMall Global ในครั้งนี้จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการรักษาและขยายตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลักที่สำคัญของประเทศไทยตามนโยบายของท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยคาดว่าจะสามารถรวบรวมสินค้าแบรนด์ชั้นนำและแบรนด์ SMEs ที่มีคุณภาพของไทยในกลุ่มสินค้าอาหารและผลไม้(Food) หมวดสุขภาพและความงาม (Personal Care) และสินค้าแฟชั่น (Fashion) จากผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 100 บริษัทและมีสินค้าขึ้นขายใน TopThai Flagship Store กว่า2,000 รายการสินค้า นอกจากนี้กรมได้วางแผนการตลาดออนไลน์เชิงรุกเพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดขายสินค้าไทยในร้านค้าพร้อมเตรียมทำแคมเปญส่งเสริมการขายในช่วงเทศกาลสำคัญของจีนที่กำลังจะมาถึง อาทิแคมเปญ 11.11 หรือ แคมเปญคนโสด (Singles Day) ซึ่งเป็นช่วงเวลาในการกระตุ้นยอดขายที่ใหญ่ที่สุดของนักช้อปในประเทศจีน

 

อย่างไรก็ตาม การจัดสัมมนาในครั้งนี้เพื่อสร้างความเข้าใจต่อโครงการซึ่งเป็นรูปแบบใหม่และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่สนใจสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินงานรวมถึงข้อสงสัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในด้านการทำการตลาดออนไลน์ การชำระเงินและการขนส่งสินค้า เพื่อให้สามารถเข้าร่วมโครงการและเข้าร่วมแคมเปญ 11.11ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดโดยกรมพร้อมขยายโมเดลธุรกิจนี้ในตลาดเป้าหมายอื่นๆ นอกเหนือจากประเทศจีนต่อไป

 

ปัจจุบันกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมีความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรด้านอีคอมเมิร์ซเพื่อการขยายมูลค่าการส่งออกไทยผ่านช่องทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น  ตลาดสหรัฐอเมริกา (Amazonและ eBay) ตลาดอเมริกาใต้ (B2Brazil)ตลาดแอฟริกา (Gosoko) ตลาดสิงคโปร์ (Redmart และShopJJ) ตลาดเมียนมา (Bagantrade) ตลาดเกาหลีใต้(TradeKorea และ Coupang) ตลาดฮ่องกง(HKTDC) ฯลฯ