10ล้านคงไม่พอ! จ่อหารือคลัง ขยาย "จำนวน-เวลา" ชิมช้อปใช้
26 ก.ย. 2562 | kannika_run

รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย เตรียมหารือ รมว.คลัง ถึงมาตรการ ชิมช้อปใช้ ว่าสามารถขยายสิทธิจำนวนคนลงทะเบียนได้หรือไม่ หลังกระแสตอบรับจากประชาชนดีเกินคาด
ข่าว
26 ก.ย. 2562 | kannika_run

รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย เตรียมหารือ รมว.คลัง ถึงมาตรการ ชิมช้อปใช้ ว่าสามารถขยายสิทธิจำนวนคนลงทะเบียนได้หรือไม่ หลังกระแสตอบรับจากประชาชนดีเกินคาด
หลังกระทรวงการคลังออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การใช้จ่ายภายในประเทศ อย่าง ชิม ช้อป ใช้ โดยเปิดให้ประชาชนที่สนใจลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ชิมช้อปใช้.com ตั้งแต่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา - 15 พ.ย. โดยจำกัดสิทธิ์ต่อวันอยู่ที่วันละ 1 ล้านคน จนกว่าจะครบจำนวนทั้งหมด10ล้านคนนั้น ปรากฏว่าตลอด 4 วันแรกประชาชนให้ความสนใจอย่างมากลงทะเบียนครบวันละ1 ล้านคนอย่างรวดเร็ว และมีการกังวลว่าจากจำนวนผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ทั้งหมด10ล้านคนนั้น จะไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พิพัฒน์ รัชกิจประการ เผยว่า เตรียมหารือเรื่องนี้กับ กระทรวงการคลัง ที่เป็นหน่วยงานหลักดูแลมาตรการนี้ และ ครมเศรษฐกิจ ว่าจะสามารถขยายสิทธิ์หรือขยายเวลาของมาตรการชิมช้อปใช้ได้หรือไม่ ทั้งนี้ มั่นใจ ว่ามาตรการชิม ช้อป ใช้ จะช่วยกระจายเม็ดเงินถึงฐานรากแน่นนอน
ในส่วนของความพร้อมการรองรับนักท่องเที่ยว ทั้งเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ทางกระทรวงฯได้พูดคุยกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมการท่องเที่ยว องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)ให้ดูแลเรื่องนี้แล้ว มั่นใจว่าเพียงพอรองรับนักท่องเที่ยว รวมถึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยดูแลความเรียบร้อย ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวด้วย
นอกจากนี้ได้เน้นย้ำไปยัง องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน เพื่อให้คนไทยหันมาท่องเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น โดยตั้งเป้าว่าปีนี้ ต้องมีโฮมสเตย์เกิดขึ้นทั้งหมด 600 แห่ง ส่วนปี2563 ตั้งเป้าโฮมสเตย์1,500แห่ง เพื่อกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน ทั้ง77จังหวัด กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนพร้อมรุกหนักการท่องเที่ยวชุมชนด้วยนโยบาย '1 เมืองหลัก เที่ยวได้ 1-3 เมืองรอง' คาดเสนอที่ประชุมครม.เศรษฐกิจได้ภายในปีนี้
1. เมื่อเราต้องการใช้สิทธิให้กดเข้าไปที่แอปพลิเคชั่น "เป๋าตัง" จากนั้นเลือก "ใช้สิทธิซื้อสินค้า 1,000 บาท" โดยจะใช้สิทธิซื้อสินค้ากับร้านถุงเงินตามจังหวัดที่ได้ลงทะเบียนไว้ และสิทธิดังกล่าวจะหมดอายุภายใน 14 วัน หลังวันที่ได้รับ SMS ยืนยัน
2. นำ QR ไปชำระสินค้าที่ร้านค้าถุงเงินในจังหวัดที่ลงทะเบียนไว้
3. เมื่อนำ QR ไปชำระสินค้ากับร้านที่ลงทะเบียนไว้ ระบบจะขึ้นหน้า "ใช้สิทธิ" พร้อมแสดงผลเพื่อให้เราตรวจสอบยอดเงินที่เราซื้อสินค้ากับร้านที่เข้าร่วมโครงการ จากนั้นกด "ยืนยันการใช้สิทธิ"
4. ระบบจะเราให้ยืนยันการทำรายการด้วย PIN 6 หลัก ซึ่งเป็นรหัสเดียวกับที่เราใช้ลงทะเบียนเพื่อสมัครแอปพลิเคชั่น "เป๋าตัง"
5. เมื่อเราใช้สิทธิ 1,000 บาท ไปแล้วระบบจะแสดงรายการย้อนหลังที่เราได้ใช้สิทธิไปแล้ว หรือตรวจสอบได้ที่เมนู "รายการย้อนหลัง"
เพียงเท่านี้เราก็สามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตุงได้ง่ายๆ แล้ว
ส่วนขั้นตอนการใช้สิทธิเพื่อขอรับเงินคืน 15% ก็สามารถได้ผ่านแอปพลิเคชั่นได้
1.เมื่อกดเข้าแอปพลิเคชั่น "เป๋าตัง" แล้ว ให้เลือก "ใช้สิทธิรับเงินคืน 15%" ซึ่งผู้มีสิทธิจะต้องใช้จ่ายร้านค้าถุงเงิน หมวดชิมช้อปใช้ที่ไม่ได้อยู่ในจังหวัดตามทะเบียนบ้าน*ต้องเติมเงินเข้ากระเป๋า G-Wallet ก่อนใช้สิทธิ
2. สร้าง QR ใช้จ่ายร้านค้าถุงเงิน
3. นำ QR ไปใช้จ่ายร้านค้าถุงเงินที่ไม่ได้อยู่ในจังหวัดตามทะเบียนบ้าน
4. สังเกตว่าร้านค้าที่ร่วมมาตรการ Cash Back 15% ที่กล่องสีเขียวแล้วกด "ยืนยันการชำระเงิน"
.
5. ยืนยันการทำรายการด้วย PIN 6 หลัก
6. ระบบแสดงชำระเงินสำเร็จ หรือตรวจสอบได้ที่เมนู "รายการย้อนหลัง"สำหรับขั้นตอนการเติมเงินเข้ากระเป๋า G-Wallet ในกรณีที่เงินในแอปพลิเคชั่น "เป๋าตัง" ไม่พอนั้นก็สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้
1. เมื่อกดเข้าแอปพลิเคชั่น "เป๋าตัง" แล้วให้ไปเลือกวงกลมสีส้มเพื่อเข้าช่องการเติมเงิน ซึ่งสามารถทำได้ 2 ช่องทาง
.
เติมเงินด้วยเลข G-Wallet (พร้อมเพย์) 15 หลัก : โดยทำการโอนเงินผ่านระบบ พร้อมเพย์โดยระบุเลข G-Wallet ID 15 หลักในช่องหมายเลขพร้อมเพย์ผ่าน Mobile banking หรือ ตู้ ATM ทุกธนาคาร
เติมเงินด้วย QR รับเงิน : นำ QR ไปสแกนกับ Mobile Banking เพื่อเติมเงินเข้า G-Walletอย่างไรก็ตาม ผู้ที่ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ชิมช้อปใช้ของภาครัฐจะต้องใช้สิทธิ 1,000 บาทผ่านแอปพลิเคชั่น "เป๋าตัง" เท่านั้น โดยเงิน 1,000 บาทจะหมดอายุภายใน 14 วัน หากใช้ไม่ทันที่กำหนดไว้จะถูกตัดสิทธิคืนทันทีเพื่อนำไปให้ผู้ที่รอการใช้สิทธิรายต่อไป ที่สำคัญเงิน 1,000 บาทไม่สามารถกดออกมาเป็นเงินสดได้