สาเหตุการฆ่าตัวตายจากข้อมูลองค์การอนามัยโลกในช่วงตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เกาหลีเคยเป็นแชมป์อันดับหนึ่งของประเทศที่มีอัตราฆ่าตัวตายสูงสุดในโลก ระหว่างปี ค.ศ. 2010-2014 จัดอยู่ในกลุ่มพื้นที่สีแดงบนแผนที่ภูมิสารสนเทศฆ่าตัวตายสูง คู่คี่กับประเทศเพื่อนบ้านเช่นญี่ปุ่น โดยในปี ค.ศ 2015 พบว่าเกาหลีเป็นประเทศที่มีอัตราฆ่าตัวตายอยู่ในอันดับสามของโลก เท่ากับ 29.8 ต่อประชากรแสนคน
ขณะที่ปีล่าสุดแม้ว่าจะมีอัตราฆ่าตัวตายลดลง แต่เกาหลีใต้ยังเป็นประเทศที่มีอัตราฆ่าตัวตายอยู่ในห้าอันดับแรกของโลก ทั้งนี้จากข้อมูลรายละเอียดพบว่าปัจจัยที่มีผลต่อปัญหาฆ่าตัวตายของประชากรเกาหลี เกี่ยวข้องกับสองประเด็นหลักคือ ปัจจัยด้านครอบครัว (Family Problem) และ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจสังคม (Socioeconomic factors) อันเป็นแรงกดดันสังคม (Social Pressure) นำไปสู่ความเจ็บป่วยทางจิตเวชอย่างรุนแรง ในขณะที่ปัจจัยที่เกี่ยวข้องของประเทศทั่วไปอยู่ที่ ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่นำไปสู่ความเจ็บป่วยร้ายแรงทางจิตเวช ทำให้เป็นสาเหตุการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของประชากรโลก โดยค่าเฉลี่ยองค์การอนามัยโลก อัตราฆ่าตัวตายของโลกอยู่ที่ 10.5 ต่อประชากรแสนคน (WHO World suicide rates, 2016)
จากการศึกษาของ Sang-Uk Lee และคณะ จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล เกาหลีใต้ ได้รับทุนจากสถาบันวิจัยของหน่วยงานกลางของชาติด้านสุขภาพจิต ศึกษาวิจัยเรื่อง Changing trends in suicide rates in South Korea from 1993 to 2016: a descriptive study เผยแพร่ในวารสาร BMJ เมื่อ 28 กันยายน ปี 2561 ที่ผ่านมา พบว่า แนวโน้มปัญหาฆ่าตัวตายในเกาหลีตั้งแต่ปี 2010-2016 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 5.5 โดยพบมากในเพศชาย ในขณะที่ข้อมูลช่วงปี 2009-2016 พบว่าเพศหญิงมีแนวโน้มฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 7.5 ช่วงอายุที่พบการฆ่าตัวตายสูงสุดคือช่วงวัย 30-49 ปี ซึ่งถือเป็นกลุ่มวัยทำงาน อยู่ในช่วงการสร้างฐานะครอบครัวและการแต่งงาน สอดคล้องกับข้อมูลองค์การอนามัยโลกที่กล่าวว่า ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความรุนแรงของปัญหาฆ่าตัวตายของเกาหลีใต้คือ ปัญหาครอบครัว เศรษฐกิจ และแรงกดดันจากสังคม
กล่าวโดยสรุป
จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นนี้พอจะอนุมานได้ว่า ปัญหาการฆ่าตัวตายของเกาหลีใต้ ยังถือว่ามีความรุนแรง อันเนื่องมาจากแรงกดดันในสังคม ความคาดหวังของครอบครัว สังคม ทำให้บุคคลไม่สามารถผ่านวิกฤตในชีวิตได้ ตัวอย่างของการฆ่าตัวตายของคนดังเกาหลีคงพอจะสะท้อนสภาพของปัญหาได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม บนความสำเร็จทางด้านการส่งออกทางวัฒนธรรมที่สวยหรู บางครั้งไม่ได้มาอย่างง่ายโดยปราศจากอุปสรรค นี่คงจะเป็นบททดสอบการพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดดและความสำเร็จที่งดงามไม่ได้มาง่ายๆนั่นเอง สะท้อนด้านมืดให้สังคมได้เรียนรู้จากความสูญเสียที่เกิดขึ้น เพื่อนำมาเป็นบทเรียนในการส่งเสริมป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตาย ที่ยังคงเป็นภัยคุกคามด้านสุขภาพจิตและจิตเวช นำไปสู่การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งด้านเศรษฐกิจ ครอบครัว และสังคม ทั้งที่สามารถป้องกันได้
ขอบคุณข้อมูลจาก กรมสุขภาพจิต