เนชั่นทีวี

ข่าว

พี่ผัว แทง น้องสะใภ้ดับ ปมทวงทรัพย์สิน

12 ก.ย. 2562 | maliwan

พี่ผัว แทง น้องสะใภ้ดับ ปมทวงทรัพย์สิน

พี่ผัวใช้มีดพับแทงสวนน้องสะใภ้ หลังเข้าทวงถามทรัพย์สินที่เคยฝากไว้ในตู้เซฟร่วม 10 ล้านบาท อ้างถูกทำร้ายก่อนใช้แผงขายสลาก-สากกะเบือตี ระหว่างเข้ามาพูดคุยเห็นผู้ตายใส่โรเล็กซ์ของตัวเอง อารมณ์ขึ้นทะเลาะรุนแรงถึงขั้นทำร้าย ก่อนเข้ามอบตัวรับสารภาพ

วันที่ 12 กันยายน ร.ต.อ.กิตติพงษ์ บุญเศรษฐ รองสว.(สอบสวน)สน.เพชรเกษม รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายภายในบ้านเลขที่ 575/29 หมู่บ้านเพชรเกษม 2 ซอย 2 ถนนเพชรเกษม ซอย 55/2 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ ผกก.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.สุนทร มาลาเวช รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

พี่ผัว แทง น้องสะใภ้ดับ ปมทวงทรัพย์สิน


ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ สูง 2 ชั้น จากการตรวจสอบบริเวณห้องโถงชั้นล่าง พบศพนางวาสนา จันตะ อายุ 50 ปี เจ้าของบ้านอาชีพค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาล สภาพสวมเสื้อแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงขายาวสีดำ สวมถุงเท้าลายการ์ตูนสีขาวแดง มีบาดแผลถูกทำร้ายทุบตีด้วยของแข็งทั่วร่างกาย และมีบาดแผลถูกฟันแทงด้วยอาวุธมีด ในที่เกิดเหตุมีร่องรอยการต่อสู้ข้าวของกระจัดกระจายเลือดนองพื้น ใกล้ๆ กันกับศพพบแผงพับสำหรับขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเปื้อนเลือดของผู้ตายตกอยู่ 1 ชุด มีดพับเปื้อนเลือดความยาวประมาณ 4 นิ้ว ตกอยู่ 1 เล่ม และสากกะเบือหักเปื้อนเลือดตกอยู่ 1 อัน เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนนางสุทธิมา จันตะ อายุ 46 ปี น้องสาวผู้ตายซึ่งเดินทางมาจุดเกิดเหตุ ให้การว่า ปัจจุบันบ้านหลังนี้พี่สาวตนพักอยู่กับสามีคือ นายสมบูรณ์ ทูลธรรมวรกุณ อายุ 54 ปี เพียงสองคน แต่ก่อนตนก็เคยอยู่บ้านหลังนี้กับพี่สาวและพี่เขยมานานนับสิบปี กระทั่งเมื่อ 3 เดือนที่แล้วเพิ่งย้ายออกไป ปกติผู้ตายกับสามีมีอาชีพขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ผ่านมาทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยประกอบกับไม่มีบุตรด้วยกัน ทำให้ทั้งสองอยู่กันแบบเลิกราแต่ไม่ได้หย่าร้าง มีการแบ่งสมบัติกันทั้งบ้าน รถยนต์ และทรัพย์สินต่างๆ ที่นำไปฝากไว้ในตู้เซฟธนาคาร โดยครั้งแรกทรัพย์สินในตู้เซฟนั้นทางพี่เขยได้ยกให้พี่สาวตนทั้งหมด จนมาระยะหลังๆ ทราบว่าพี่เขยจะขอทวงทรัพย์สินบางส่วนในตู้เซฟคืน จนเกิดการขัดแย้งกันรุนแรง มีญาติฝ่ายพี่เขยเข้ามาเกี่ยวข้อง มีการขู่ฆ่าจะทำร้ายร่างกายพี่สาวตนและมีการแจ้งความดำเนินคดีกันเกิดขึ้น ทำให้ตนต้องตัดสินใจย้ายออกไปอยู่ข้างนอกเพราะไม่อยากยุ่งวุ่นวายกับเรื่องครอบครัวนางสุทธิมา ให้การอีกว่า ก่อนที่จะย้ายออกไปตนได้ฝากเพื่อนบ้านช่วยดูแล และฝากไว้กับทางรปภ.หมู่บ้านไว้ด้วยว่า หากมีการทะเลาะเบาะแว้งกันเกิดขึ้นที่บ้านขอให้โทรศัพท์ไปบอกตนด้วย เนื่องจากเกรงว่า นางวาสนา พี่สาวจะได้รับอันตราย จนกระทั่งบ่ายวันนี้ มีชาวบ้านโทรศัพท์มาบอกตน ช่วงก่อนเกิดเหตุพบนายทรงธรรม ทูลธรรมวรกุณ อายุ 63 ปี พี่ชายของนายสมบูรณ์ สามีของ นางวาสนา ขับรถยนต์มาที่บ้าน จากนั้นได้ยินเสียงทะเลาะ นางวาสนาทะเลาะกับนายทรงธรรมดังลั่น ก่อนที่นางวาสนาจะส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย ไม่นานนายทรงธรรม ก็ขับรถยนต์ออกจากบ้านไปด้วยความเร่งรีบ จนมีผู้เข้าไปพบว่า นางวาสนา ถูกฆ่าตายไปแล้ว

พี่ผัว แทง น้องสะใภ้ดับ ปมทวงทรัพย์สิน

ทั้งนี้นายทรงธรรม ทูลธรรมวรกุณ อายุ 63 ปี ผู้ก่อเหตุได้เดินทางไปที่สน.เพชรเกษม เพื่อมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อม ให้การว่า ตนเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าน้องสะใภ้จริง โดยตนมีอาชีพขายข้าวมันไก่ อยู่ที่ จ.สมุทรสาคร ก่อนหน้านี้ตนมีทรัพย์สินเป็นนาฬิกา ทองรูปพรรณ และเครื่องเพชร มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่สะสมมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ต่อมาทราบว่า นายสมบูรณ์ น้องชายตนซึ่งเป็นสามีผู้ตายมีตู้เซฟอยู่ที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ตนจึงนำทรัพย์สินของตนมาฝากไว้ในตู้เซฟของน้องชาย กระทั่งมารู้ภายหลังว่าน้องชายกับนางวาสนา เลิกราโดยไม่มีการหย่าร้าง แต่กลับมอบกรรมสิทธิ์ตู้เซฟและทรัพย์สินทั้งหมดในตู้เซฟให้เป็นของฝ่ายภรรยา

พี่ผัว แทง น้องสะใภ้ดับ ปมทวงทรัพย์สิน


นายทรงธรรม เปิดเผยต่อว่า เมื่อทราบดังนั้นจึงพยายามทวงทรัพย์สินที่เคยฝากไว้คืนจาก นางวาสนา ตั้งแต่ช่วงปี 2560 กลับถูก นางวาสนา บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด ตนจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสน.เพชรเกษม เรื่องการยักยอกทรัพย์ เป็นคดีความกันมาถึงทุกวันนี้ กระทั่งวันนี้เข้าไปทวงทรัพย์สินที่บ้านอีก และเห็นนางวาสนานำนาฬิกาโรเล็กซ์ ซึ่งเป็นของตนมาใส่ทำให้เกิดทะเลาะต่างฝ่ายต่างทำร้ายกัน โดยตนนั้นถูก นางวาสนา ใช้แผงขายสลากกินแบ่งและสากกระเบือตี ประกอบกับนางวาสนา พยายามหยิบมีดทำครัวพุ่งเข้าหาตน ตนจึงพลั้งมือชักมีดพับที่ติดตัวไว้จากกระเป๋ากางเกงด้านหลังแทง นางวาสนา ตามร่างกายไปหลายแห่ง แล้วตัดสินใจเดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจ


ด้าน พ.ต.อ.วุฒิชัย กล่าวว่า จากการสอบปากคำ นายทรงธรรม ในเบื้องต้น พอทราบพฤติการณ์การก่อเหตุแล้ว หลังจากนี้ตนจะนำตัวไปชี้จุดเกิดเหตุเพื่อยืนยันคำรับสารภาพ ก่อนแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และคุมตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



ข่าวล่าสุด