นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯได้ลงพื้นที่ติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตโคเนื้อสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด ณ จังหวัดสกลนครซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่ประสบความสำเร็จและได้รับความช่วยเหลือจากโครงการช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าหรือกองทุน FTA กระทรวงพาณิชย์
ทั้งนี้ กรมฯ ได้สนับสนุนให้สหกรณ์ฯร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสกลนครศึกษาวิเคราะห์และออกแบบโรงฆ่าสัตว์ใหม่ให้ได้มาตรฐาน GMP และฮาลาลเพื่อยกระดับมาตรฐานโรงฆ่าสัตว์และผลักดันการส่งออกสู่อาเซียนรวมถึงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ตลาดโคเนื้อของไทยและรองรับการเปิดเสรีทางการค้าตามความตกลงการค้าเสรีไทย - ออสเตรเลีย (Thai-AustralianFree Trade Agreement : TAFTA) ซึ่งจะมีการลดภาษีนำเข้าเหลือร้อยละ 0และยกเลิกการจำกัดปริมาณการนำเข้าสินค้าโคเนื้อและเครื่องใน ตั้งแต่วันที่ 1มกราคม 2564 เป็นต้นไป
จากการลงพื้นที่ พบว่าสหกรณ์ฯได้พัฒนาและปรับปรุงโรงฆ่าสัตว์และระบบการชำแหละเนื้อตามมาตรฐาน GMP และฮาลาลตามผลการศึกษาของกองทุนFTA เรียบร้อยแล้วขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจรับรองคาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานโรงฆ่าสัตว์ใหม่อย่างเต็มรูปแบบภายในเดือนตุลาคมนี้ซึ่งจะทำให้สินค้าจากสหกรณ์ กรป.กลาง โพนยางคำ สามารถจำหน่ายในตลาดพรีเมี่ยมตลาดออนไลน์ และห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในประเทศได้ เช่น Villa Market และTops Market เป็นต้น อีกทั้งเนื้อวัวไทยมีคุณสมบัติโดดเด่นมีคุณภาพ รสชาติดี เป็นที่ต้องการของตลาดซึ่งสามารถแข่งขันกับสินค้าเนื้อวัวนำเข้าจากออสเตรเลียได้ และทางสหกรณ์ฯยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์จากเนื้อโคให้หลากหลายมากขึ้น เช่นเนื้อชาบูสไลด์พร้อมบริโภคแช่แข็ง ผลิตภัณฑ์สแน็ค เนื้ออบกรอบซึ่งคาดว่าจะออกสู่ตลาดได้ภายในสิ้นปีนี้
นอกจากนี้ สหกรณ์ฯยังมีแผนขยายตลาดส่งออกโคเนื้อมาตรฐาน GMP และฮาลาลสู่ต่างประเทศ ได้แก่ จีนสิงคโปร์ และมาเลเซียอีกด้วย แต่การผลักดันสินค้าโคเนื้อไทยส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศยังมีข้อจำกัดในด้านกฎระเบียบโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศซึ่งต้องมีการเจรจาและทำข้อตกลงการส่งออกเนื้อโคเฉพาะรายกรณีระหว่างสหกรณ์ฯและประเทศผู้นำเข้า ซึ่งกรมฯ จะให้คำปรึกษาและให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องต่อไป
สำหรับผลการดำเนินงานกองทุน FTAในปี 2560 2562กรมการค้าต่างประเทศสามารถช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าทั้งหมด6 โครงการแล้ว ได้แก่ 1.การพัฒนาศักยภาพการผลิตโคเนื้อ สหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด 2.การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องสำอางสมุนไพรไทย3. การยกระดับการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมระดับ 3 ดาว 4.การเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการตลาดสินค้ากระเทียมไทยหอมแดงไทย และหอมหัวใหญ่ไทยปลอดโรค 5. การพัฒนานวัตกรรมการบริหารคุณภาพผลิตภัณฑ์นมและ 6. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในธุรกิจผู้ให้บริการขนส่ง
นอกจากนี้ ยังมีโครงการช่วยเหลือฯที่อยู่ระหว่างการดำเนินการอีก 3 โครงการ ได้แก่ 1.การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและพัฒนาระบบบริหารจัดการของสหกรณ์วาริชภูมิ จำกัด 2.การวิจัยการจัดการซากโคเนื้อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางการจำหน่ายเนื้อโคศรีวิชัย และ 3.การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน