นางมนัสนิตย์ จิรวัฒน์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเปิดเผย กรณีที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ไม่ต่ออายุบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) การซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ให้กับรัฐบาลไทยว่า ที่ผ่านมาฟิลิปปินส์กำหนดให้ประเทศที่จะเข้าร่วมประมูลขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ให้กับฟิลิปปินส์ จะต้องลงนามในเอ็มโอยูก่อนจึงจะเข้าร่วมได้
ซึ่งไทยได้ลงนามเอ็มโอยูมาอย่างต่อเนื่องทุกๆ 2 ปี และในเนื้อหาสาระของเอ็มโอยูระบุว่าทั้ง 2 ประเทศจะซื้อขายข้าวระหว่างกันปริมาณ 1 ล้านตัน ซึ่งเป็นกรอบกว้างๆ แต่จะซื้อขายได้ตามปริมาณที่กำหนดหรือไม่อยู่ที่ความต้องการของผู้ซื้อ ส่วนประเทศอื่นๆ เช่น เวียดนาม อินเดีย ฯลฯ ก็ต้องลงนามเอ็มโอยูด้วยเช่นกัน
สำหรับเอ็มโอยูฉบับล่าสุดของไทย ได้หมดอายุลงเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2561 กรมจึงได้ทำเรื่องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติให้รัฐบาลไทยลงนามเอ็มโอยูฉบับใหม่ ซึ่งจะใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562 - 31 ธ.ค. 2563
แต่ในช่วงปี 62 ยังไม่ทันที่ครม.จะได้พิจารณาอนุมัติ รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการจัดซื้อข้าวแบบใหม่ โดยยกเลิกการจัดซื้อแบบจีทูจี และเปิดเสรีให้ภาคเอกชนเป็นผู้นำเข้าเองทั้งหมด จากเดิมที่จะมีทั้งการประมูลขายแบบจีทูจีเป็นส่วนใหญ่ และเปิดให้นำเข้าโดยภาคเอกชนเป็นบางส่วน
ดังนั้น รัฐบาลไทยจึงไม่จำเป็นต้องทำเอ็มโอยูกับรัฐบาลฟิลิปปินส์อีกแล้ว
"การปรับเปลี่ยนวิธีการซื้อข้าวใหม่ของฟิลิปปินส์ จะมีผลดีคือ ภาคเอกชนของฟิลิปปินส์จะนำเข้าได้โดยเสรีมากขึ้น และเป็นโอกาสที่ผู้ส่งออกไทยจะส่งออกได้มากขึ้นกว่าการใช้ระบบประมูล แบบเดิมโดยเฉพาะจะส่งออกข้าวคุณภาพดี ราคาสูงได้มากขึ้น แต่ก็ต้องแข่งขันกับคู่แข่งด้วยทั้งเวียดนาม อินเดีย เป็นต้น"
นางมนัสนิตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาไทยสามารถชนะการประมูลขายข้าวแบบจีทูจี ให้กับรัฐบาลฟิลิปปินส์เฉลี่ยปีละ 300,000 - 500,000 ตัน โดยไม่เสียภาษีนำเข้า ส่วนใหญ่เป็นข้าวขาว 25% เพราะรัฐบาลฟิลิปปินส์นำไปแจกให้กับประชาชนยากจนในฟื้นต่างๆ ทั่วประเทศ
แต่เมื่อเปลี่ยนมาให้เอกชนเป็นผู้นำเข้าเอง จะทำให้มีการนำเข้าข้าวคุณภาพดีราคาแพงมากขึ้น เพื่อนำออกขายในท้องตลาดทั่วไป แต่จะต้องเก็บภาษีนำเข้าด้วยโดยหากเป็นประเทศในอาเซียนจะเสียภาษีนำเข้า 35% และนอกอาเซียน 50%
อย่างไรก็ตาม ในเร็วๆ นี้ นายจุรินทร์ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์จะนำคณะผู้ส่งออกไทยเดินทางไปฟิลิปปินส์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับผู้นำเข้าของฟิลิปปินส์ รวมถึงอาจจะพบปะกับหน่วยงานนำเข้าของฟิลิปปินส์ด้วย