เปิดโอกาสธุรกิจตอบโจทย์คนขี้เกียจ
10 ก.ย. 2562 | rattana

วันนี้คุณมิ้ลค์ กรรณิการ์ จะพาไปดูโอกาสในการทำธุรกิจที่ตอบโจทย์คนไทยยุค 4.0 ที่รักสบาย ชอบความรวดเร็ว หรือจะเรียกอีกอย่่างว่าธุรกิจตอบโจทย์คนขี้เกียจ จะเป็นยังไงไปติดตามได้เลยค่ะ
ข่าว
10 ก.ย. 2562 | rattana

วันนี้คุณมิ้ลค์ กรรณิการ์ จะพาไปดูโอกาสในการทำธุรกิจที่ตอบโจทย์คนไทยยุค 4.0 ที่รักสบาย ชอบความรวดเร็ว หรือจะเรียกอีกอย่่างว่าธุรกิจตอบโจทย์คนขี้เกียจ จะเป็นยังไงไปติดตามได้เลยค่ะ
ใครกันจะคิด ว่าแนวคิดการทำธุรกิจที่มาจากความขี้เกียจนั้น สามารถทำเงินได้จริงๆแถมกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน อย่างการสั่งอาหารเดลิเวอร์ลี่ แค่คลิกเดียว เมนูที่อยากทานก็ส่งตรงถึงประตูบ้าน ซึ่งหนึ่งในผู้ให้บริการอย่าง Get food บอกว่า หากพูดถึงแอพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมด้านการให้บริการ คือแแอพพลิเคชั่นสั่งอาหาร ซึ่ง3 ไตรมาสที่ผ่านมายอดสั่งอาหารของGet Food โตขึ้นถึง168% ซึ่งจุดเด่นการบริการด้านนี้นอกจากความรวดเร็วในการส่งอาหารให้ลูกค้าแล้ว โปรโมชั่นก็เป็นส่วนสำคัญในการดึงดูดผู้ใช้บริการค่ะ
อีกหนึ่งแบรนด์ ที่คิดค้นบริการตอบโจทย์ความขี้เกียจลุกขึ้นเปิดอ่านหนังสือเป็นเล่มๆของคนไทยยุคปัจจุบัน อย่าง ookbee บอกว่า ตลาดคอนเทนต์ออนไลน์ในไทยมีมูลค่ากว่า2-3หมื่นล้านบาท ดังนั้นโอกาสในการพัฒนาคอนเทนต์ต่่างๆให้ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ โดยทำอีบุ๊คให้น่่าสนใจจะเป็นตัวดึงดูดผู้ใช้บริการ ซึ่งปัจจุบัมีผู้ใช้บริการกว่า 10ล้านคน มีทั้งตั้งแต่อายุ 30ปีขึ้นไปนิยมอ่านข่าว อายุ20-30 อ่านนิยาย อายุ12-20เ้ป็นนิยายแชท ให้ความรู้สึกเหมือนคุยกับเพื่อน จึงมั่นใจว่าจะมีการเติบโตต่อเนื่องปีละ30-40%
ด้านหัวหน้าสาขาการตลาดวิทยาลัยการจัดการ ม.มหิดล ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร เผยว่าธุรกิจที่ตอบโจทย์คนขี้เกียจ หรือเรียกว่า Lazy Economy เศรษฐกิจขี้เกียจ กำลังเติบโตอย่าต่อเนื่อง ซึ่ง5อันดับกิจกรรมที่คนไทยขี้เกียจมากที่สุด คือ1.ออกกำลังกาย 84%หรือคิดเป็น55ล้านคนจากจำนวนประชากร66.41ล้านคน 2.รอคิวซื้อของ 81%หรือคิดเป็น53ล้านคน 3.ทำความสะอาดบ้าน 77%หรือคิดเป็น51ล้านคน 4.อ่านหนังสือ 70%หรือคิดเป็น46ล้านคน และ5ทำอาหาร 69 % หรือคิดเป็น45ล้านคน
ทั้งนี้ จากการวิจัยยังพบว่า 5 ธุรกิจและบริการที่กำลังมาแรงที่สุดในไทยและคาดว่าในอนาคตจะสามารถครองใจตลาดคนขี้เกียจได้ดี คือ 1.ธุรกิจที่ทำแทนได้ อาทิ ทำบริการความสะอาดบ้าน บริหารสั่งอาหาร บริการซื้อของแทน 2.ธุรกิจที่ไม่ต้องขยับ ไม่ต้องจับ ไม่ต้องถือ อาทิ สินค้าประเภท Automation และ Hand Free 3.ธุรกิจที่พร้อมใช้งานทันที เช่น สินค้าประเภทพร้อมกิน พร้อมดื่ม 4.ธุรกิจร่วมมือ ร่วมใจ เช่น community ต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ในรูปแบบออนไลน์ 5.ธุรกิจที่เน้นการฟัง เช่น Podcast content หรือVDO content