นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ตนมาเพื่อรับผิดชอบ เพื่อให้แนวทางการทำงาน กับข้าราชการทุกคน ทั้งการเมือง ทหาร พลเรือน ตำรวจ ต้องทำเพื่อคนไทย มีความโปร่งใส อย่าไปสร้างความเกียจชังในโซเชียล หรือในการพูดจายุแยงตะแคงรั่วกันนักเลย ดังนั้น คนที่จะแก้ปัญหานี้ได้คือรัฐบาล และใครเป็นรัฐบาล ก็ตน จะมุ่งหวังให้การแก้ไขอย่างที่ตนพูดแก้ได้ แต่ต้องใช้เวลา เพราะการใช้งบประมาณต้องมีระเบียบไม่อย่างนั้นพวกตนก็ติดคุกหมด สงสารตนบ้างแล้วกัน ถ้าใช้ไม่ถูกก็ติดคุก โอเคอาจจะชอบนะ สงสารเขาสิ ติดคุกอยู่สงสารเขาไหมล่ะ พร้อมถามประชาชนว่า เราต้องรักกันใช่ไหม ต้องไม่ทะเลาะกันใช่ไหม เราต้องฟังคนที่พูดความจริงใช่ไหม โดยประชาชนตอบว่าใช่
นายกฯ กล่าวอีกว่า หน่วยราชการต้องช่วยกัน ถ้าบอกทุจริตอย่างเดียวก็คงไม่ต้องทำอะไร
นายกฯ แนะนำคณะ และทีมโฆษกที่มาจาก 3 พรรคแก่ประชาชน ก่อนกล่าวว่า ทีมโฆษกมาจาก 3 พรรค รัฐบาลก็มีหลายพรรค เรื่องพรรคก็พรรคไป แต่รัฐบาลก็ต้องทำงานร่วมกัน ก็ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีในเวลาอันสั้น และถามชาวอุบลฯว่า รักนายกฯบ้างไหม ไม่รักก็ไม่เป็นไร ฉันก็รักเธออยู่แล้ว
จากนั้นได้มอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนจำนวน 1,000 ชุด และเดินตรวจสภาพน้ำท่วมในจุดดังกล่าว โดยมี นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคพลังประชารัฐ มาต้อนรับด้วย รวมถึงนายโกวิทย์ ธรรมานุชิต อดีตผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานีเขต 2 นายอดุลย์ นิลเปรม อดีตผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี เขต 1
อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายกฯ จะเดินทางกลับ ได้หันกับไปทักทายประชาชนที่มารอต้อนรับตอนหนึ่งว่า ต้องขอโทษด้วยนะที่เสียเวลาให้รอ ผมมาให้กำลังคนที่มาช่วยเรา เขาจะได้ช่วยเราต่อไป เราต้องร่วมมือกับเขา พูดอะไรก็ฟังเขานิดนึง ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน อย่าทะเลาะกัน มันทะเลาะกันไม่ได้อีกแล้ว ขอร้องเถอะนะ แล้วก็รักกันมากๆ ทำตัวให้เป็นแขนงไผ่ที่มัดรวมกัน มันจะแก้ไขปัญหาได้ ผมยืนยันว่าจะแก้ให้ได้ถ้าทำแบบนั้น เพราะหากแตกแขนงกันไปในวันหน้าก็หักหมด
นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้ยังกลับบ้านไม่ได้ ก็หวังว่าพรุ่งนี้ มะรืนนี้คงได้กลับ แล้วไปดูว่าจะทำอย่างไร เตรียมการรับมือกับคราวหน้าอย่างไร ถ้ามันเกิดขึ้นหรือเปล่ายังไม่รู้ แต่เราต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม ตนเห็นบางบ้านอยู่ริมตลิ่งติดน้ำมันก็ไปหมดนั้นแหล่ะ ถ้าขยับขยายได้หรือมีที่เหลืออยู่ก็ถอยไปเสียหน่อย ขอบคุณทุกคน ฝากหัวใจไว้กับที่นี้ ไปแต่ตัวหัวใจไว้ที่นี้ รักทุกคน สัญญา