นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)เปิดเผยในงานสัมมนาระดับภูมิภาคว่าด้วยการสร้างความโปร่งใสในงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐจัดโดยองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) มูลนิธิเพื่อคนไทยโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ(UNODC) ว่า องค์กรภาคเอกชนร่วมกับกรมบัญชีกลางผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและผู้ประกอบการในการป้องกันการทุจริต ด้วยการใช้โครงการข้อตกลงคุณธรรม (IP-IntegrityPact) สำหรับโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีงบประมาณตั้งแต่1,000 ล้านบาทขึ้นไป และโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (CoST) สำหรับโครงการที่มีงบประมาณต่ำกว่า1,000 ล้านบาทมาตั้งแต่ปี 2558
ทั้งนี้ หากนับจำนวนโครงการที่ลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างแล้วคาดว่าภายในสิ้นปี2562 ทั้ง 2 เครื่องมือจะช่วยประหยัดงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐหรือทำให้ลดการสูญเสียงบประมาณจากการคอร์รัปชันได้ถึง 1.42 แสนล้านบาท โดยเป็นการประหยัดจากโครงการข้อตกลงคุณธรรม 9.70 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 27.06%ของงบประมาณโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่จัดหาได้แล้ว 3.58 แสนล้านบาท ใน 62 โครงการรวมถึงโครงการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอชน (PPP) ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ที่ประหยัดงบได้ถึง 3.74 หมื่นล้านบาท
"ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ประหยัดงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่สูงถึงหลักแสนล้านบาทแต่เป็นการสร้างผลทางสังคม ซึ่งเกิดจากการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่อาสาสมัครเป็นผู้สังเกตการณ์ 230 คนล้วนทำงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ ตามความยาก ความซับซ้อนของแต่ละโครงการ ที่สำคัญ ทั้ง IP และCoST ทำให้ข้าราชการที่สุจริตสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี เพราะเป็นกระบวนปกป้องไม่ให้ใช้อิทธิพลกับข้าราชการช่วยป้องกันการทุจริตในระบบราชการ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณและเพิ่มประสิทธิผลของโครงการ"
นายวิชัย กล่าวว่าองค์กรจะนำข้อตกลงคุณธรรรมไปใช้ในโครงการ PPP อื่นๆและโครงการสัมปทานขนาดใหญ่ของรัฐสำหรับโครงการที่ประชาชนให้ความสนใจและมีความเสี่ยงเรื่องความโปร่งใสซึ่งอาศัยพ.ร.บ.การร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน พ.ศ.2562 ในการดำเนินงาน
ด้านนางญาณี แสงศรีจันทร์ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง กรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มทำทั้ง 2โครงการในปี 2558 จนถึงปัจจุบัน สามารถป้องกันคอร์รัปชันและประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ถึง 8.31 หมื่นล้านบาท โดยมาจากการใช้โครงการ IPจำนวน 7.48 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 30.40% ของงบประมาณโครงการที่ดำเนินการจัดหาและจากโครงการ CoST อีก 8,245 ล้านบาท คิดเป็น 20.53%
สำหรับโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ใช้ข้อตกลงคุณธรรมมีจทั้งสิ้น 104 โครงการ วงเงินงบประมาณรวม 1.80 ล้านล้านบาทมีโครงการที่ได้ดำเนินการจัดหาแล้ว 51 โครงการคิดเป็นงบประมาณของโครงการที่ดำเนินการจัดหาแล้ว 2.4 แสนล้านบาท มูลค่าสัญญา 1.70แสนล้านบาท ขณะที่โครงการก่อสร้างที่เข้าร่วม CoST มีทั้งสิ้น253 โครงการ วงเงินกว่า 1.10 แสนล้านบาท โดยมีการเปิดเผยข้อมูลบนระบบ CoST แล้ว235 โครงการ และในจำนวนนี้ ได้จัดซื้อจัดจ้างแล้วเสร็จ 220 โครงการ โดยในระยะต่อไปโครงการ IP ซึ่งดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐพ.ศ.2560 นั้นจะเพิ่มโครงการให้มากขึ้นและครอบคลุมงานจัดซื้อจัดจ้างทุกประเภท
ขณะที่โครงการ CoST ได้ผลักดันให้ดำเนินการภายใต้พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างเช่นเดียวกับ IP ขณะนี้อยู่ระหว่างกำหนดหลักเกณฑ์และเตรียมจัดทำประกาศคาดว่า จะมีผลบังคับใช้ในปีงบประมาณ 2563