อัมพาต คือ ภาวะที่ร่างกายเคลื่อนไหวไม่ได้เนื่องจากโรคหลอดเลือดสมองส่วนการเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ที่เกิดจากอุบัติเหตุนั้นไม่ถือเป็นภาวะที่เกิดจากโรค แต่จะถูกจัดเป็นอาการอัมพฤกษ์ อัมพาตจากอุบัติเหตุและมีการรักษาที่แตกต่างกัน
สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นต้นทางของการเกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต
1. หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน
เกิดจากการเสื่อมของผนังหลอดเลือดและมีไขมันหรือหินปูนมาจับ หรือเกิดลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันทำให้สมองบางส่วนขาดเลือดหรือตาย
2. หลอดเลือดสมองแตกเกิดจากการแตกของหลอดเลือดสมอง ทำให้มีเลือดออกมาคั่งและทำลายเนื้อสมองบริเวณนั้นเมื่อเกิดความผิดปกติที่สมองจากสาเหตุข้างต้นแล้ว สมองจะถูกทำลาย และไม่สามารถสั่งงานไปที่อวัยวะรับคำสั่ง โดยตรงอย่างกระดูกสันหลังที่ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายได้ จึงส่งผลให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตส่วนจะเคลื่อนไหวร่างกายซีกใดไม่ได้นั้นขึ้นอยู่กับสมองซีกใดถูกทำลาย หากร่างกายซีกขวาขยับไม่ได้ แสดงว่าสมองซีกซ้ายโดนทำลาย (สมองซีกซ้ายควบคุมร่างกายซีกขวา สมองซีกขวาควบคุมร่างกายซีกซ้าย)
ปัจจัยเสี่ยง
อัมพาตมีความร้ายแรงเพียงใด เชื่อว่าคำถามนี้ทุกคนคงหาคำตอบกันได้ไม่ยาก แต่หากถามถึงสาเหตุแล้ว คำตอบที่ได้คงวนเวียนอยู่เพียงไม่กี่ข้อ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วต้นตอของโรคมีมากมายเกินกว่าเราจะนึกถึง ดังนั้นเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและป้องกันตัวได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เรามาดูกันค่ะว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาตได้
อัมพาต มักมีโรครุมเร้าหลายชนิดและเป็นอยู่นานนับปี นั่นเป็นเพราะว่าโรคต่างๆ เหล่านั้นเป็นต้นทางนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองได้
1. โรคความดันโลหิตสูง
เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยอันดับหนึ่งของคนไทย ซึ่งเป็นตัวการทำให้เส้นเลือดแข็ง เนื่องจากได้รับแรงดันเลือดสูงๆ เป็นเวลานาน เมื่อเส้นเลือดแข็งและมีหินปูนมาเกาะ จึงเกิดการอุดตันและทำให้เส้นเลือดแตกได้ดังกรณี คุณลุงอุดม ไวษยดำรงอายุ 70 ปี อดีตคนไข้อัมพฤกษ์จากความดันโลหิตสูง เล่าให้ฟังถึงสาเหตุการเจ็บป่วยเมื่อสิบปีก่อนว่าคุณลุงเป็นคนที่ชอบรับประทานอาหารประเภทหวานๆ มันๆ อาหารจานโปรดคือ เป็ดย่าง ขาหมู และชอบดื่มสุราเป็นประจำจนไขมันค่อยๆ อุดตันในเส้นเลือดและเป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่นานหลายปี ต่อมาจึงพัฒนากลายเป็นโรคอัมพฤกษ์มีอาการหน้าชาและกระตุก ร่างกายซีกขวาขยับไม่ได้นานหลายเดือน จนต้องเข้ารับการรักษาตัว และปัจจุบันนี้คุณลุงก็ยังคงต้องพบแพทย์อยู่เป็นประจำ
2. โรคเบาหวาน
ภาวะน้ำตาลในเส้นเลือดสูงจะทำให้มีน้ำตาลเกาะที่ผนังหลอดเลือดจนหลอดเลือดตีบ ดังเช่นกรณีของ คุณศิริรัตน์ สุธา อายุ 66 ปี ที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์เมื่อสองปีก่อนจากโรคเบาหวานคุณศิริรัตน์บอกว่า เป็นคนที่ชอบรับประทานอาหารและขนมมาก ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี จนวันหนึ่งเกิดอาการหน้ามืดและล้มหมดสติฟื้นมาอีกทีก็พบว่าร่างกายซีกขวาขยับไม่ได้ แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเพราะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ดี มีน้ำตาลในเลือดมากจนอุดตันและกีดขวางการไหลเวียนเลือดจนเลือดไม่ไปเลี้ยงสมอง
3. โรคหัวใจ
โรคหัวใจบางชนิดทำให้มีลิ่มเลือดไปอุดตันหลอดเลือดสมองได้ เช่น โรคลิ้นหัวใจผิดปกติ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะและกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ส่วนมากโรคเหล่านี้จะเป็นตั้งแต่กำเนิด
4. โรคอ้วน
ปกติแล้วโรคอ้วนไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้โดยตรง แต่คนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานจะเป็นปัจจัยนำทำให้เกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด ซึ่งนำไปสู่การเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้
5. โรคติดต่อ
โรคติดต่อบางชนิดทำให้เกิดการติดเชื้อและอักเสบที่หลอดเลือดสมองได้ เช่น โรควัณโรค โรคซิฟิลิส โรคเอดส์และโรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเองหรือเอสแอลอี
6. ภาวะไขมันในหลอดเลือดสูง
ผู้ที่มีไขมันสะสมในกระแสเลือดมาก จะทำให้เกิดการพอกพูนที่เส้นเลือดจนเกิดการตีบตันและเลือดไหลเวียนไม่สะดวก
พฤติกรรมเสี่ยงโรค
อัมพาตเกิดขึ้นได้เฉพาะกับผู้สูงอายุเท่านั้นแต่นั่นเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียวค่ะ เพราะหากหนุ่มสาวคนใดมีพฤติกรรมเสี่ยงดังต่อไปนี้แล้ว โอกาสที่จะเป็นโรคนี้ก็มีมากไม่แพ้ผู้สูงอายุเช่นกัน
1. การดื่มสุรา
แอลกอฮอล์ในสุราถือเป็นตัวการหลักที่ทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น หากดื่มเป็นประจำจะทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูงและพัฒนาเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้ในที่สุด
2. การสูบบุหรี่
นอกจากความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินหายใจแล้ว หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าสารนิโคตินในบุหรี่ส่งผลให้หลอดเลือดแดงเกร็ง ลดความยืดหยุ่นของเส้นเลือด และทำให้หลอดเลือดแคบลงจนนำไปสู่การตีบตันของเส้นเลือดค่ะ
3. รับประทานอาหารรสเค็ม
ผู้ที่ชอบรับประทานเค็มคงต้องระวังกันให้มากขึ้น เพราะโซเดียมที่มีในน้ำปลาและเกลือจะทำให้ร่างกายดูดน้ำจากเซลล์ต่างๆ มากขึ้นเพื่อเจือจางโซเดียม เมื่อมีน้ำในเลือดมาก แรงดันเลือดจึงสูงขึ้น
ซึ่งเป็นต้นตอของโรคความดันโลหิตสูงและภาวะหลอดเลือดแข็งจากการรับแรงดันเลือดที่สูงเป็นเวลานานจากสถิติที่คุณหมอนิพนธ์พบทำให้ทราบว่า คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นโรคหลอดเลือดจากความดันโลหิตสูง เพราะอาหารที่รับประทานส่วนใหญ่จะต้องจิ้มน้ำจิ้มรสเค็ม หรือซุปส่วนใหญ่จะต้องใส่ซอส ทำให้มีโซเดียมในเลือดมาก
4. นอนกรน
การนอนกรนทำให้สมองขาดออกซิเจนเมื่อไม่มีออกซิเจน สมองก็ทำงานไม่ได้และทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงสมองข้นหนืดไหลเวียนไม่สะดวก จนอุดตันเส้นเลือดในที่สุด แต่กรณีนี้จะมีอาการแบบค่อยเป็นค่อยไปและใช้ระยะเวลานานทางที่ดีผู้ที่มีปัญหานอนกรนควรปรึกษา แพทย์เพื่อรักษาอาการนอนกรนไม่ให้ลุกลามดีกว่าค่ะ
5. ความเครียด
อีกหนึ่งตัวการที่มีแนวโน้มพบได้มากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะความเครียดจากการทำงาน หากทำงานติดต่อกันโดยไม่พักจะทำให้ความดันเลือดเพิ่มและหัวใจเต้นเร็วขึ้น